งานเต้นรำ

posted on 26 Feb 2013 14:51 by yimmanyyim directory Lifestyle, Travel, Diary
งานเต้นรำโฮมคัมมิ่งค่อนข้างจะเป็นเรื่องใหญ่โตสำหรับวัยรุ่นอเมริกันในช่วงไฮสกูลพอสมควรค่ะ
มันไม่ใช่แค่การแต่งตัวแล้วไปเต้นรำเบาๆ ความสำคัญไม่ได้อยู่แค่ที่ตัวงานเต้นรำ
แต่มันรวมไปถึงการเตรียมตัวต่างต่างนานา ซึ่งใช้เวลารวมๆแล้วก็หลายวันพอสมควร
 
ลองนึกถึงการ์ตูนเรื่องซินเดอเรลล่านะคะ
นางฟ้ามาเสกชุดเต้นรำ รองเท้าแก้ว และรถเทียมม้าให้ซินเดอเรลล่า
ชีวิตจริงของนักเรียนอเมริกันก็ประมาณนั้นแหละค่ะ
(แต่ไม่ถึงกับต้องมีนางฟ้าหรือรถเทียมม้านะจ๊ะ ไม่ต้องขนาดนั้น เดี๋ยวจะลำบากกันถ้วนหน้า)
 
สรรพสิ่งต่างๆที่ปรากฎในงานเต้นรำโฮมคัมมิ่งก็มีดังนี้ค่ะ
 
  photo 620_zps9ab51c00.jpg
 
1. เดท (Date)
เดทก็คือ คู่ นั่นเองค่ะ ซึ่งเดทนี้ไม่ได้มีไว้แค่เป็นเพื่อนเต้นรำด้วยเท่านั้น แต่ยังหมายถึงเป็นเพื่อนในการรับประทานดินเนอร์มื้อเย็น เป็นเพื่อนเข้างานเต้นรำ ตลอดจนเป็นเพื่อนคอยดูแลกันไปตลอดจนกระทั่งงานเลิก และส่งกลับบ้าน
 
คู่เดท 1 คู่ ไม่จำเป็นต้องเป็น ชาย-หญิง เสมอไปก็ได้ค่ะ อาจจะเป็นชาย-ชายก็ได้ (ฟังดูแปลกๆ) หรือหญิง-หญิงก็ดี หรือจะไปเป็นแก๊งเพื่อนชายหรือกลุ่มเพื่อนสาว หรือจะยกโขยงกันไปเป็นกลุ่มใหญ่ที่มีทั้งชายหญิง แบบไม่มีใครเป็นคู่ใครก็ได้ ไปด้วยกันทั้งหมดก็เฮฮาดีเหมือนกัน
 
คู่เดทมีได้หลายแบบค่ะ ไม่จำเป็นต้องเป็นหญิง-ชายเท่านั้น ไม่ต้องซีเรียส ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องกลุ้มค่ะ เพราะเท่าที่เคยสัมผัสเรื่องคู่เดทงานเต้นรำทั้งจากประสบการณ์ของตัวเองและของเพื่อน ก็ยอมรับเลยว่าตอนนั้นก็เครียดใช้ได้เหมือนกัน
 
ไม่ว่าดัดจริตแก่แดดดิ้นรนอยากมีคู่ควงไปงานเต้นรำนะ แต่มันเป็นเพราะใครๆเค้าก็มี ใครๆเค้าก็ตื่นเต้นวุ่นวายกับการเตรียมตัวหาเดท เราเป็นเด็กใหม่ เราอยู่ในที่ใหม่ เราก็ตื่นตูมไปตามสภาพแวดล้อมรอบข้าง
 
ลองคิดดูนะ เด็กอเมริกันแทบ 70% ของโรงเรียนตื่นเต้นและจริงจังกับเรื่องนี้มาก ประกาศชวนสาวที่ตัวเองชอบผ่านทางเสียงตามสายยามเช้า ขอเธอไปงานเต้นรำ  บางคนก็ประกาศผ่านป้ายประกาศอันใหญ่ๆแปะไว้ที่โรงอาหารหรืออาคารเรียน และในแต่ละวัน เพื่อนๆก็คุยกันแต่เรื่องคู่เดท มาปรึกษาเราว่าจะชวนหนุ่มคนนั้นยังไงบ้างล่ะ มาถามเราทุกวันบ้างล่ะว่าจะควงใครไปเดท มีคนมาชวนหรือชวนใครไว้หรือยัง
 
ทุกๆวันเจอแต่เรื่องแบบนี้วนเวียนอยู่รอบกาย เราจึงตื่นเต้นไปตามกระแส คิดอยู่ทุกวันว่า "เออ แล้วเดทเรามันจะเป็นใครวะ" "จะรอให้มีคนมาชวนเราหรือว่าเราจะไปชวนเค้าก่อนดี?"
 
สรุป จากประสบการณ์ตัวเองและเพื่อนแล้ว ถึงแม้ว่าจะไม่มีเดท ก็ไม่ตายค่ะ มันไม่ได้เหงาเลย  ไปกับเพื่อนๆอย่างที่แนะนำไว้ข้างบนก็ได้ อย่าไปเครียดนะ :)
 
2. เดรส/ทักซิโด้ (Dress/Tuxedo)
จะไปงานเต้นรำทั้งทีมันก็ต้องแต่งสวยแต่งหล่อกันหน่อย ถึงแม้บางคนจะแต่งเซอร์มาทั้งปีทั้งชาติ แต่งานนี้ขอเถอะนะ แต่งตัวตามหลักสากลเอาใจพี่มะกันเค้าหน่อย ผู้ชายสวมทักซิโด ผู้หญิงสวมเดรส
 
งานเต้นรำส่วนมาก ทางโรงเรียนจะเป็นผู้กำหนดธีมของงานค่ะ อย่างที่โรงเรียนของยิ้มในงานโฮมคัมมิ่งปี 2007 ก็มีธีมน้ำทะเลเป็นรูปแบบของงาน โดยผู้ร่วมงานควรแต่งตัวด้วยเครื่องแต่งกายที่มีโทนสีน้ำทะเล
 
แต่บังเอิญว่าปีนั้น ยิ้มได้เตรียมชุดไปจากประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว เพราะกลัวว่าถ้าซื้อที่อเมริกา ชุดจะโป๊เกินไป แพงเกินไป และหาไซส์ตัวเองไม่ได้ค่ะ ก็เลยได้ใส่เดรสขาวลายดอกไม้สีแดงยืนเอ๋ออยู่ท่ามกลางโทนสีน้ำทะเลซะอย่างนั้น = =
 
ขอแนะนำน้องๆว่าจริงๆแล้วจะไปซื้อที่อเมริกาเลยก็ได้นะคะ ไซส์มีทั้งเล็กและใหญ่ คนอเมริกันตัวเล็กมากๆก็มี แต่ชุดส่วนใหญ่จะโป๊หน่อย แต่เรื่องราคา มีหลายแบบค่ะ ทั้งถูกและแพง อยู่ที่ว่าเราเข้าถูกร้านหรือเปล่า :)
 
3. มัม (Mum)
มัมเป็นเครื่องประดับอย่างหนึ่งค่ะ ทำจากริบบิ้นผ้ายาวๆ ทำเป็นเครื่องประดับคล้ายๆโบว์ประดับกล่องของขวัญ มีไว้ประดับไว้ที่อก ซึ่งส่วนมากมัมจะเอาไว้ประดับตอนถ่ายรูปเมื่อเดทที่เป็นเพศตรงข้ามมารับ
 
จากที่เคยเจอมาจากประสบการณ์ จะไม่ค่อยพบเจอใครประดับมัมไปที่งานเต้นรำนะคะ (คาดว่าคงจะเต้นลำบาก 55) แต่จะเจอในภาพถ่ายของคู่เดทชาย-หญิง ที่ถ่ายไว้เมื่อฝ่ายชายมารับฝ่ายหญิงที่บ้าน และถ่ายรูปคู่กันโดยมีมัมประดับไว้ที่อกของทั้งคู่ค่ะ
 
4. มื้อค่ำ (Dinner)
เรื่องมื้อค่ำนี่แทบจะเป็นไฟลท์บังคับของงานเต้นรำแทบทุกงานเลยค่ะ โดยคู่เดท (หรือกลุ่มเพื่อนๆ) จะไปรับประทานมื้อค่ำก่อนที่จะไปเข้างานเต้นรำ
 
มื้อค่ำไม่จำเป็นว่าจะต้องทานกันสองต่อสอง จะเป็นสองต่อสองก็ได้ หรือเป็นคู่เดทชาย-หญิงที่ไปเป็นกลุ่มหลายๆคู่ก็ได้ หรือจะไปกันเป็นกลุ่มแบบไม่มีใครเป็นเดทใครก็ได้ ไม่ว่ากัน ถ้าอยากดินเนอร์หนุงหนิงกับเดทก็ไปกันสองต่อสอง แต่ถ้าอยากเฮฮาครึกครื้นก็ไปกับกลุ่มเพื่อนๆค่ะ แล้วแต่ความสมัครใจเลย 
 
5. รองเท้ารัดส้น (Sandals)
จริงๆแล้วเรื่องรองเท้าไม่ได้เป็นสิ่งจำเป็นอะไรเท่าไหร่ แต่ยิ้มอยากจะแนะนำสาวๆมากกว่าค่ะ
 
เมื่อไปงานเต้นรำ ส่วนใหญ่สาวๆมักจะใส่รองเท้าส้นสูงกัน ส้นสูงทำให้ขาดูยาวสวยก็จริงค่ะ แต่อย่าลืมว่า เมื่อเราเข้างานเต้นรำไปแล้ว เราก็ต้องเต้น และการเต้นบนรองเท้าส้นสูง คงไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ
 
ตอนที่ยิ้มไปงานเต้นรำ ยิ้มใส่รองเท้าธรรมดาไปค่ะ (ไม่มีส้น เพราะว่าสูงมากอยู่แล้ว ใส่ส้นสูงแล้วเหมือนกะเทย T^T)  ซึ่งใส่ไม่สบายเลย เพราะในงานมันต้องเต้น และต้องเดินไปมา ยิ้มกับเพื่อนๆก็เลยแก้ปัญหาด้วยการถอดรองเท้าไว้ที่มุมของงาน และมันไม่สะดวกเลย เพราะจะเข้าห้องน้ำทีก็ต้องเดินไปใส่ แล้วก็เดินกลับมาถอดแล้วไปเต้นต่อ เป็นอย่างงี้เรื่อยๆจนงานเลิก (เพราะเวลาเพื่อนอยากเข้าห้องน้ำเราก็ต้องไปเป็นเพื่อนด้วย)
 
ก็เลยอยากแนะนำสาวๆว่าใส่รองเท้ารัดส้น (แบบเป็นสายรัด) ไปจะดีกว่า ใส่สบาย และไม่ต้องมาพะวงอะไร
 
แต่ถ้าใครอดไม่ไหวอยากใส่ส้นสูงจริงๆก็ใส่ไปดินเนอร์ แล้วเอารองเท้ารัดส้นไปเปลี่ยนที่งานตอนเต้นรำด้วยก็ได้ค่ะ แต่ถ้าใครอยากใส่ตลอดงานเลยก็ไม่ว่ากัน :D
 
 
ประสบการณ์ของยิ้มในงานเต้นรำโฮมคัมมิ่งก็ไม่ได้มีอะไรหวือหวามากมายค่ะ
เป็นไปอย่างธรรมดา เรียบๆง่ายๆ
 
ยิ้มมีเดทค่ะ แต่เดทของยิ้มเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนผู้หญิงที่มาจากบราซิล ชื่ออีดิยา เราเรียนวิชา ESL ห้องเดียวกัน ถามกันว่าจะไปงานเต้นรำกับใคร สุดท้ายก็เลยตกลงใจเป็นคู่เดทกัน
(ยิ้มไม่ใช่เลสเบี้ยนนะคะ อย่าเข้าใจผิด 55)
 
บ่ายของวันงานเต้นรำ อีดิยามารับยิ้มที่บ้านเพื่อไปแต่งหน้าแต่งตัวกันที่บ้านของเธอ จริงๆก็แล้วก็ไม่ได้นั่งแต่งตัวกันตั้งแต่บ่ายหรอก แต่ออกแนวเล่นซะมากกว่า ไปนั่งดูหนัง นั่งเม้าท์ และค่อยแต่งหน้าแต่งตัว
 
พอตกค่ำก็ออกมาดินเนอร์ที่ร้านอาหารเม็กซิกันด้วยกัน โดยนัดเพื่อนนักเรียนแลกเปลี่ยนหลายคนมาดินเนอร์ด้วยกันเป็นกลุ่ม ซึ่งมีหลายเชื้อชาติมาก ทั้งไทย บราซิล จีน โคลอมเบีย เยอรมัน และเบลเยียม มาลองกินอาหารเม็กซิกันด้วยกันครั้งแรก (เพราะตอนนั้นเพิ่งไปอยู่เท็กซัส ยังไม่ค่อยได้ลองอาหารใหม่เท่าไหร่) ต่างคนต่างชิมอาหารของคนโน้นคนนี้ สนุกดีค่ะ :)
 
พออิ่มหมีพีมันกันแล้วก็ออกไปงานเต้นรำด้วยกันทั้งหมด (โดยที่โฮสต์ของใครสักคนในกลุ่มเนี่ยแหละมารับ จำไม่ได้ 55 ป.ล. นักเรียนแลกเปลี่ยนไม่มีสิทธิ์ขับรถนะจ๊ะ)
 
งานเต้นรำจัดที่โรงอาหารของโรงเรียนค่ะ อยู่อาคารโล่งๆใหญ่ๆ (มีระบบปรับอากาศ) มีเครื่องดื่มพันช์ (แบบไม่มีแอลกอฮอล์) และอาหารว่างบริการ ปิดไฟ และเปิดเพลง
 
เพลงส่วนมากจะเป็นแนวแรพ-ฮิปฮอป ป๊อบ อาร์แอนด์บี และคันทรี (เพราะคนเท็กซัสชอบฟังเพลงคันทรีค่ะ)
 
ยอมรับเลยว่าเพลงแรพและฮิปฮอปมีอิทธิพลในอเมริกามากจริงๆ จะไปที่ไหนก็เจอทุกที่  อาจจะเป็นเพราะจังหวะของแนวเพลงด้วยล่ะมั้ง ที่ทำให้คนฟังสนุก ตอนแรกฟังไม่เป็นเลยนะ จังหวะอะไร ไม่รู้เรื่อง แถมร้องอะไรก็ไม่รู้ ไม่รู้เรื่อง ร้องเร็วไปป่ะ แต่อยู่ไปนานๆ ฟังนานๆทั้งทางวิทยุ บนรถเพื่อน บ้านเพื่อน ที่บ้าน น้องชายแหกปากร้องให้ฟังบ่อยๆ ก็ชินไปเอง จนกลายเป็นชอบเพลงแนวนี้ขึ้นมา ฝึกร้องจนแร็พเป็น 555555 เพราะฉะนั้นใครจะไปอเมริกา ฝึกฟังเพลงแนวนี้ไปให้ชินเลยนะจ๊ะ 
 
บรรยากาศที่งานก็เต็มไปด้วยความครึกครื้น ได้พบปะเพื่อนฝูง สร้างเพื่อนใหม่ สรวลเสเฮฮา เรียนรู้เพลงแนวใหม่ เรียนรู้การเต้นสเตปใหม่ และเรียนรู้การเต้นแบบสามััคคีพร้อมกันทั้งหมดในเพลงคันทรีเพลงหนึ่ง (จำไม่ได้ว่าชื่ออะไร แต่คลาสสิคมาก)
 
  photo Screenshot2013-02-26at70930PM_zps95e8541b.png
 
แต่ในระหว่างที่เต้นเพลงแรพและป๊อบกันไป ก็มีช่วงหนึ่งที่ดีเจเปิดเพลงช้า หวานๆซึ้งๆ ให้คู่เดทชาย-หญิงได้ซบไหล่กัน (อั๊ยยะ) หวานกันไป ส่วนพวกเราไม่มีเดท จะเต้นซึ้งๆกับเพื่อนสาวก็กระไรอยู่ ก็เลยหาโอกาสไปนั่งพักแข้งพักขา ดื่มน้ำ ทานของว่าง รอให้คู่หวานเค้าซึ้งกันไป จากนั้นก็กลับมาเต้นต่อ
 
แต่งานเลี้ยงก็ย่อมมีวันเลิกรา เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืน งานเต้นรำก็จบลง พวกเราต่างร่ำลาและแยกย้ายกัน
โฮสต์มัมของอิดิยามารับกลับบ้าน
 
เป็นประสบการณ์ที่ดีมากๆในชีวิตครั้งหนึ่งเลยค่ะ

 
Special Credit: ขอบคุณมอทสำหรับรูปถ่ายนะจ๊ะ จุ๊บุ :D
 

Comment

Comment:

Tweet

big smile big smile big smile big smile big smile big smile

#4 By Aliciaz* on 2013-04-12 03:15

:P
ได้อ่านประสบการณ์ตรงจากคนไปงานแนวพรอมซะที
เจอแต่ในหนังวัยสะรุ่น

ครั้งนี้เข้าใจเลยว่าเป็นยังไง
x w x Hot! Hot! Hot! Hot!
big smile big smile big smile

#2 By aroundmayy on 2013-03-21 10:29

Hot! Hot! Hot!

#1 By Simplificity on 2013-03-11 10:49