ที่ไฮสกูลในอเมริกาจะจัดงานเต้นรำบ่อยค่ะ
มีทั้งงานเล็กไว้คลายเครียดแล้วก็งานใหญ่ๆ
ซึ้งงานเต้นรำงานใหญ่ประจำปีของโรงเรียนจะมีสองครั้ง นั่นคือ
 
โฮมคัมมิ่งแดนซ์ และ พรอม
 
ที่ว่ามันเป็นงานใหญ่ก็เพราะว่ามันต้องมีพิธีรีตองเยอะแยะพอสมควร
หลักๆก็ต้องมีชุด เครื่องแต่งกาย และคู่เต้นรำ อร๊ายย
 
 
โฮมคัมมิ่ง (Homecoming) คือประเพณีคืนสู่เหย้าจัดขึ้นเพื่อเป็นการต้อนรับศิษย์เก่ากลับเข้าสู่สถาบัน ซึ่งส่วนมากจะจัดขึ้นในโรงเรียน วิทยาลัย และมหาวิทยาลัยในทวีปอเมริกาเหนือ โดยประเพณีนี้จะมีกิจกรรมสำหรับนักเรียนปัจจุบันและศิษย์เก่าให้เข้าร่วม เช่น กีฬา และอีเวนต์ และการเดินพาเหรดทั่วเมืองร่วมไปกับวงโยธวาธิตของโรงเรียน โดยส่วนมากประเพณีโฮมมคัมมิ่งนี้จะจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนกันยายนหรือต้นเดือนตุลาคมของทุกปี
 
การแข่งขันกีฬาฟุตบอลโฮมคัมมิ่งครั้งแรกในประวัติศาสตร์ จัดขึ้น ณ สนามโรลลินส์ เมืองโคลัมเบีย มลรัฐมิซซูรี่ สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ปีคศ. 1911
เป็นการแข่งขันกีฬาอเมริกันฟุตบอลระหว่างมหาวิทยาลัยมิซซูรี่และมหาวิทยาลัยแคนซัส
โดยผลการแข่งขันคือ เสมอ 3-3 และเป็นการแข่งขันรอบสุดท้ายของปีของทั้งสองมหาวิทยาลัย
 

โฮมคัมมิ่งจึงถือว่าเป็นประเพณีที่ศิษย์เก่าสามารถกลับเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อซึมซับบรรยากาศสมัยเรียนว่างั้นเถอะ
อารมณ์ประมาณกีฬาสีประจำปีของโรงเรียนบ้านเรา
เป็นโอกาสที่ศิษย์เก่าจะได้กลับมาเยี่ยมโรงเรียน มาเดินบนตึกเก่า มาไหว้อาจารย์ มาดูโรงอาหาร มานั่งที่โต๊ะหินอ่อนตัวเดิม มาดูการเปลี่ยนแปลงของความคิดในหัวเด็กสมัยใหม่ที่มีค่านิยมที่เปลี่ยนไปตามกาลเวลา
 
ระยะเวลาของประเพณีโฮมคัมมิ่งจะยาวนานเป็นสัปดาห์เลยค่ะ
เริ่มตั้งแต่การแข่งขันกีฬาอเมริกันฟุตบอล (หรือบาสเกตบอล หรือฮอกกี้น้ำแข็ง)
ในช่วงค่ำของทุกวันในสัปดาห์โฮมคัมมิ่ง ที่โรงเรียนจะมีการจัดการแข่งขันอเมริกันฟุตบอลที่ทีมโรงเรียนแข่งกับทีมอื่นที่มาจากเมืองใกล้เคียง
 
อเมริกันฟุตบอล คือกีฬาประเภทหนึ่งที่เล่นกันรุนแรงมากเหมือนไปโกรธกันมาเมื่อสี่ชาติที่แล้ว
นักกีฬาทุกคนจะสวมเครื่องแต่งกายแบบมีการกระแทกแน่นหนา
ส่วนวิธีการเล่น... ไม่รู้จะอธิบายยังไงจริงๆ
ขอแนะนำให้ไปดูหนังเรื่อง The Longest Yard ที่แสดงนำโดยแอดัม แซนด์เลอร์ นะจ๊ะ
 
กีฬาชนิดนี้ คนอเมริกันจะเรียกว่า "อเมริกันฟุตบอล" หรือ "ฟุตบอล" เฉยๆ
แต่ทุกคนในประเทศที่ไม่ใช่อเมริกา จะเรียกมันว่า "อเมริกันฟุตบอล"
สำหรับประเทศไทยและทุกประเทศทั่วโลก กีฬาฟุตบอล ก็คือ กีฬาฟุตบอล
คือกีฬาที่ใช้เท้าเตะ ฟุตบอลแบบที่เดวิด เบคแฮม เตะน่ะ
แต่ในประเทศอเมริกา กีฬาฟุตบอลที่ใช้เท้าเตะ คนอเมริกันจะเรียกว่า "ซ็อคเกอร์ (socker)"
(ถ้างง ขอให้ค่อยๆอ่านทบทวนใหม่ช้าๆ นะจ๊ะ)
 
 
บรรยากาศที่โรงเรียนช่วงเทศกาลโฮมคัมมิ่งนั้นครึกครื้นมากค่ะ 
ผู้คนในเมืองนั้นต่างก็ออกมาดูบอลกันที่โรงเรียน มีทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็กไปจนแก่ นั่งเชียร์กันบนอัฒจรรย์ ข้างล่างก็จะมีซุ้มขายฮอตด็อก ป็อปคอร์น แตงกวาดอง (pickles ที่นั่นเค้ากินแตงกวาดองเป็นลูกๆเลย กินเล่นๆ) นักเรียนจากคลับต่างๆจะออกมาขายของที่ระลึกเพื่อหาเงินเข้าชมรม เช่นลูกปัดที่เป็นสีประจำโรงเรียน (ดำ-ทอง)
 
 
คนอเมริกันเชียร์บอลกันเอาจริงเอาจังมาก ดูบอลกันแบบซีเรียส
เชียร์กันจริงจังประหนึ่งลูกในไส้ตัวเองลงแข่งในสนาม

 
  photo AFFFF_zpsdc6175bf.jpg
 
ระดับอารมณ์เชียร์บอลของคนอเมริกันจะรุนแรงประมาณคนไทยเชียร์มวย
 
 
คนไทยดูมวย นั่งๆอยู่ดีๆก็เด้งพรวดขึ้นมา "เอ่ส! เอ่ส! เอ่ส!" "ตีๆๆๆๆ!!"
พร้อมกับยกมือตั้งการ์ด ปล่อยหมัด ใส่เข่าเข้าลมเสมือนตัวเองต่อสู้อยู่บนสังเวียน
 
คือเชียร์กันตลอดการแข่งขัน
 
คนที่นี่จะเชียร์ตลอดเหมือนกัน
นักกีฬาวิ่งตาเหลือกทำลูกทัชดาวน์ในสนาม
กองเชียร์บนอัฒจรรย์ก็จ้องนักกีฬาไม่ให้คลาดสายตา
ในใจก็ท่องอยู่แค่
"Get 'em, get 'em." (สู้เค้า/จัดการมัน)
ตัวก็ค่อยๆลุกขึ้นมา จมูกเริ่มลืมหายใจ หัวใจก็เริ่มหยุดเต้น
พอทำลูกทัชดาวน์ได้เท่านั้นแหละ เฮกันใหญ่
แต่ถ้าทำไม่ได้ ก็ด่ากันจริงจังอีกล่ะ

 
ในช่วงโฮมคัมมิ่งวีค ที่โรงเรียนก็จะมีประกาศโฆษณาขายบัตรเข้างานเต้นรำอยู่ตามกำแพงโรงเรียน
หรือไม่ก็มีป้ายที่หนุ่มๆเขียนขอสาวไปงานเต้นรำ
และมีการประกาศชวนไปงานเต้นรำตามเสียงตามสายตอนเช้าด้วย
คือประกาศให้คนทั้งโรงเรียนรู้ ว่ากูชวนสาวคนนี้นะ
บางทีสาวเล่นด้วย อยากโลกได้รับรู้เหมือนกัน
วันต่อมาก็ไปประกาศเสียงตามสายอีกว่า ไอตกลงจะไปงานเต้นรำกับยูนะ
อั๊ยยะ เรื่องแบบนี้มันจริงจังวุ้ย
 
  photo common_zps3ab1a1d5.jpg
 
ป้ายโฆษณาขายบัตรผ่านเข้างาน
วันที่: 13 ตุลาคม 2007
เวลา: 20 - 24 น.
ดีเจ: คริสโก้
ธีมงาน: สีน้ำทะเล

 
นอกจากกีฬาแล้ว ยังมีกิจกรรมอื่นๆให้นักเรียนให้เข้าร่วมอีกเยอะแยะค่ะ เรียกได้ว่าสัปดาห์นั้นทั้งสัปดาห์ โรงเรียนคึกคักครึกครื้นมากถึงมากที่สุด
 
 
1. Dress-up Day
 
ห้าวันตลอดทั้งสัปดาห์โฮมคัมมิ่ง จะมีธีมให้นักเรียนแต่งกายมาโรงเรียน เช่น
Hollywood Star - แต่งตัวเป็นดาราฮอลลิวูด
Twinkies - หาเพื่อนมาคนหนึ่ง แล้วแต่งตัวให้เหมือนกัน ให้เป็นแฝดกัน
Super Hero - แต่งกายอะไรก็ได้ให้เป็นซุปเปอร์ฮีโร่
Black Friday - แต่งกายสีดำในวันศุกร์ (เพราะสีประจำโรงเรียนคือสีดำ-ทอง)
หรือแต่งหน้าแต่งหน้าแต่งตัวตามธีมโรงเรียน
ส่วนอีกหนึ่งวันจำไม่ได้แล้วง่ะ = =
 
  photo PIC_0213jpgre.jpg
 สองคนนี้จัดเต็ม!
 
  photo PIC_0210jpgrere.jpg
กับแคธลีน เพื่อนนักเรียนแลกเปลี่ยนจากเยอรมันนี
และเพื่อนมอทข้างๆ 55 (Sorry, babe.)

 
ยิ้มแต่งตามธีมแค่วันเดียวค่ะ คือ Twinkies แต่งกับแอนเดรีย (คริสตีน่า) เด็กแลกเปลี่ยนข้างบ้านที่มาจากโคลอมเบีย คนนี้ยิ้มรักมาก 
 
เคยเขียนเรื่องของแอนเดรียไปครั้งหนึ่ง อ่านย้อนหลังได้ที่นี่ค่ะ
 
จริงๆไม่ได้วางแผนล่วงหน้าเลยว่าจะแต่งตัวตามธีมกัน แต่เผอิญวันก่อนหน้านั้น แอนเดรียมาเล่นด้วยที่บ้าน ก็เลยเห็นว่ายิ้มมีเสื้อสีชมพูลาย Tinkerbell เหมือนกันเด๊ะๆ (ซื้อจากวอลมาร์ท) แล้วยิ้มก็เอาผ้าพันคอผ้าฝ้ายไทยมาจากเมืองไทยหลายผืน ก็เลยให้แอนเดรียผืนนึง

พวกเราตกลงกันว่าพรุ่งนี้เรามาเป็นทวิงกี้ส์กันเถอะ!
 
  photo PIC_0015jpgrecopy.jpg
 
 Photobucket
 
ดูรูปย้อนหลังแล้วขำตัวเองอ่ะ แต่งตัวกะโหลกกะลามาก 55
 
2. Pep Rally (เพ็พแรลลี่)
 
เพ็พแรลลี่คือกิจกรรมขนาดใหญ่กิจกรรมหนึ่งที่จัดในโรงยิม เป็นกิจกรรมแห่งการรวมตัวของนักเรียนทั้งหมดในโรงเรียนเพื่อสร้างตื่นเต้นให้กับเกมการแข่งขันครั้งใหญ่ที่กำลังจะมาถึง 
 
เพ็พแรลลี่คือกิจกรรมแห่งการรวมตัวของนักเรียนทั้งโรงเรียน เป็นการปลุกกระแสความน่าตื่นเต้นให้กับการแข่งขันฟุตบอลแมทช์ใหญ่ที่กำลังจะมาถึง และเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเหล่านักกีฬาด้วย
 
กิจกรรมนี้โคตรสนุกค่ะ!! เพราะ
1. ได้โดดเรียนวิชาอังกฤษ (วิชาที่เคยได้รับดอกไม้วันวาเลนไทน์ แอร๊ย!)
2. ได้เจอเพื่อนๆ และได้สร้างเพื่อนใหม่
3. บรรยากาศน่าตื่นเต้นม๊ากกก!!
 
เริ่มแรก นักเรียนทั้งโรงเรียนก็จะนั่งเรียนกันตามปกติ และจู่ๆทางโรงเรียนก็จะประกาศเสียงตามสายอารมณ์ฮึกเหิมๆว่าให้นักเรียนทั้งหมดรีบออกไปรวมตัวกันในโรงยิม
 
พูดตามตรงเลย ตอนที่เค้าประกาศ นึกว่าไฟไหม้ = = เพราะเพื่อนๆแม่งคว้ากระเป๋าแล้วลุกพรวดออกไปทั้งห้อง แล้วนึกภาพออกป่ะ ไอ้เราแม่งได้แต่เอ๋ออยู่ในห้อง ก็เก็บกระเป๋าตามเพื่อน แต่ใบหน้าเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม จนอาจารย์ต้องเดินมาบอกว่า "เพร็มคะมอน (เปรมกมล) ยูรีบวิ่งไปที่โรงยิม" เราก็เลยอ๋อออออ
 
เดินออกจากห้อง มาเจอเพื่อนนักเรียนแลกเปลี่ยนคนไทยกับเยอรมันพอดี ก็เลยเดินไปด้วยกัน
 
พอถึงโรงยิมก็หาที่นั่ง คนเยอะมากกกก สีหน้าแต่ละคนดูตื่นเต้นมากๆ เพราะได้โดดเรียน (55555) และเสียงตามสายประกาศก็ฟังดูตื่นเต้น รีบวิ่งมาที่โรงยิมมันก็ตื่นเต้น
รวมๆกันเลยกลายเป็นแม่งโคตรตื่นเต้น!
 
  photo PhotoJan22151645_zpsbb9326ee.jpg
 
พอที่นั่งเริ่มเต็ม กิจกรรมก็เริ่ม เพลงแรพ-ฮิพฮอพมาก่อนเลย ปลุกกระแสความหรอย/หม่วน/สนุก เพื่อนๆแอฟริกันอเมริกันพร้อมใจลุกขึ้นมาดิ้นกันแบบไม่ต้องรีรอ ดูเค้าดูสนุกสนานดีอ่ะ เหมือนคนแอฟริกันอเมริกันเค้ามีอารมณ์ดนตรีในหัวใจตลอดเวลา แค่ได้ยินเสียงเพลงก็ลุกขึ้นได้เลย คนผิวขาวยังแค่นั่งๆผงกหัวตามจังหวะ ส่วนคนเอเชีย แอร๊ยยย ตอนนั้นหนูยังขี้อายอยู่ หนูได้แต่อมยิ้มค่าาาา 555555555
 
  photo PhotoJan22151617_zps5bafc49d.jpg
 
สักพักคณะเชียร์ลีดเดอร์ของโรงเรียนก็จะออกมาเต้นๆกันในสนาม เต้นกันแบบจริงจัง ต่อตัว โยนตัว ครบทุกรูปแบบ และการแต่งกายของเชียร์ลีดเดอร์ของไฮสกูลที่อเมริกาก็จะเป็นชุดเดรสกระโปรงสั้นเรียบๆธรรมดา มีสีประจำโรงเรียน เหมือนในหนัง ไม่ใช่ชุดยิ่งใหญ่อลังการเหมือนมีขนนกมีเลื่อมเหมือนชุดเชียร์ลีดเดอร์ประเทศไทย คือเป็นชุดที่เคลื่อนไหวได้สะดวก แต่วันนี้เชียร์ลีดเดอร์ใส่ยีนส์จ้ะ
 
 
จากนั้นก็มีตัวละครตัวหนึ่งออกมาที่สนาม คือเปรียบว่าตัวละครนั้นเป็นคู่แข่งขันจากโรงเรียนที่จะแข่งในคืนนั้น ออกมาเดินเด๋อๆด๋าๆในสนาม สักพักก็จะมีมังกร (ไม่ใช่มังกรตัวยาวๆแบบจีน แต่เป็นตัวอ้วนๆเหมือนบาบีคิวดราก้อนอะไรประมาณนั้น) ซึ่งมังกรเป็นมาสคอตของโรงเรียน มังกรจะวิ่งมาด้วยความเร็วสูงแล้วกระแทกคู่แข่งให้ล้มลง แล้วยืนเอาเท้าข้างหนึ่งเหยียบบนตัวคู่แข่งขัน แสดงถึงชัยชนะ (school spirit) คนก็จะโห่ร้องกันไปทั่วโรงยิม
 
แล้วเหล่านักกีฬาก็จะวิ่งออกมาที่สนาม มาร่วมปลุกกำลังใจและแสดงสปิริต แล้วตัวแทนเชียร์ลีดเดอร์ก็นำร้องเพลง We will, we will rock you! แล้วทั้งโรงยิมก็ร้องไปพร้อมกัน
 
ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการปลุกใจนักกีฬาและกองเชียร์ให้ฮึกเหิมและตื่นเต้นกับการแข่งขัน เรียกง่ายๆว่าอยากให้คนตื่นเต้นแล้วไปดูการแข่งขันเยอะๆว่างั้นเหอะ
 
 
บ่ายวันนั้น โรงยิมทั้งโรงเต็มไปด้วยพลังของวัยรุ่น พร้อมสู้ พร้อมเชียร์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เป็นกิจกรรมที่น่าประทับใจมากๆกิจกรรมหนึ่งทีเดียว

 
3. Mum (มัม)
 
ไม่ใช่แม่นะจ๊ะ แต่มัมอันนี้ เป็นเครื่องประดับ ซึ่งมีลักษณะคล้ายๆโบว์ห่อของขวัญอันใหญ่ๆ แต่ตรงกลางโบว์จะเขียนข้อความลงไป ข้อความส่วนมากก็จะเป็นชื่ออักษรย่อของโรงเรียน หรือชื่อคนที่เรามอบมัมนี้ให้
 
มัมเป็นเครื่องประดับที่มอบให้กัน ซึ่งอาจจะเป็น พ่อแม่ทำให้ลูก เพื่อนสนิททำให้กัน หนุ่มสาวทำไปให้คนที่ตัวเองแอบชอบ หรือคู่รักทำให้กัน ตรงกลางโบว์ก็จะเขียนชื่อของคนให้ลงไป และตกแต่งประดับประดาด้วยชื่อโรงเรียน ปีการศึกษานั้น เพื่อให้รู้ว่าได้มัมนี้มาเมื่อปีไหน
 
มัมนี้ยิ้มทำให้ตัวเองค่ะ 55 แล้วก็ไม่มีใครให้มัมยิ้มด้วย ซึ่งตอนที่ทำมัมนั้น ทำในคลาสจัดดอกไม้ ซึ่งมันก็ออกแนวคลาสประดิษฐ์ประดอยอยู่แล้วอ่ะนะ ทุกคนจะต้องทำมัมขึ้นมาหนึ่งอันเพื่อเอาคะแนน ซึ่งแล้วแต่ว่าจะทำให้ใคร แล้วตอนที่ทำน่ะก็ไม่รู้ด้วยซ้ำนะว่ากำลังทำอะไร และเอาไปใช้อะไร 55555

ด้วยความที่ไม่อยากมีปากมีเสียงกับใคร
เวลาเค้าแย่งพวกของประดับมัมกัน ก็ไม่กล้าเข้าไปแย่งกะเค้า
ชื่อย่อของโรงเรียน แทนที่จะเป็นตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ ก็กลายเป็นตัวพิมพ์อย่างนี้
 
  photo PhotoJan27162342_zpseda6e874.jpg
 
  photo PhotoJan27162317_zpsd863bb52.jpg
 
และสุดท้าย วันที่เค้าติดมัมที่เสื้อกัน ยิ้มก็ไม่ได้ติดกะเค้า
คือตอนนั้นไม่มีใครแนะนำอะไรเลยอ่ะ ถึงมีคนแนะนำ เราก็ฟังเค้าไม่ออกอยู่ดี เพราะเพิ่งไปอยู่ได้แค่เดือนกว่าๆเอง ก็เลยไม่รู้เรื่องอะไร มัม(ที่เป็นโฮสต์แฟมิลี่)ที่บ้านก็ไม่ได้บอก ไม่ได้อธิบายอะไรให้ฟัง คือเค้าแก่แล้วน่ะ เค้าก็ไม่ได้มานั่งอธิบายเรื่องกิจกรรมวัยรุ่นอะไรให้เราฟัง ก็เลยใช้ชีวิตแบบเด๋อๆด๋าๆ มั่วๆ สุ่มๆ แลดูไร้จุดหมายมากเลย
 
สมัยนี้นับว่าเทคโนโลยีกว้างไกล มีบล็อกมากมายบอกเล่าเรื่องโฮมคัมมิ่งให้นักเรียนแลกเปลี่ยนรุ่นใหม่ได้ศึกษา ได้เตรียมตัวก่อนไป และรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร ถ้ายิ้มย้อนเวลากลับไปได้ จะศึกษาเรื่องประเพณีต่างๆให้มากกว่านี้ จะได้รู้ว่าสิ่งที่ทำอยู่มันคืออะไร
และทำให้มันเป็นความทรงจำที่ยิ่งใหญ่และน่าหวนระลึกถึงเมื่อเวลาหมุนผ่าน
 
และไม่ใช่แค่เรื่องประเพณี ที่ควรศึกษา ยิ้มอยากจะแนะนำนักเรียนแลกเปลี่ยนรุ่นใหม่ให้ศึกษาเรื่องประวัติศาสตร์อเมริกันให้ดี (อีกละ) เพราะมันยากมากกกก
ก่อนเข้าเรียน ยิ้มแทบจะไม่มีความรู้พื้นฐานอะไรเลย พอเรียนจบปีการศึกษา สรุปได้ว่าความรู้พื้นฐานก่อนเรียนที่มีในหัว มีแค่ รู้ว่าในประวัติศาสตร์เคยมีสงครามโลกครั้งที่ 2 มีอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ มีสงครามเย็น และมีจอห์น เอฟ เคเนดี้ = = นอกนั้นต้องเรียนใหม่หมดเลย
 
อยากจะแนะนำให้อ่านประวัติศาสตร์ก่อนไป อ่านในวิกิพีเดียก็ได้ เพราะถ้าไปเรียนจริงๆแล้ว ศัพท์ยากเยอะมาก เรื่องราวก็ซับซ้อน อาจไว้ก่อน ดีกว่าไปปวดหัวทีหลังจะดีกว่านะจ๊ะ ;)
 
กลับมาที่เรื่องมัม ตอนที่นั่งประดิษฐ์มัม ทั้งเพื่อนทั้งอาจารย์ก็จะเข้ามาถาม "ยิ้ม ยูทำมัมให้ใครอ้ะ?" เราก็ เอ่อ เอ๋ ต้องมีคนที่เราต้องมอบให้ด้วยเหรอ? "เอิ่ม ไอทำให้ตัวเอง = =" เพื่อนๆกะอาจารย์ก็จะ อออ อืมๆๆ คือเค้าอยากรู้ว่าทำให้ใครที่แอบชอบอยู่หรือเปล่าว่างั้นเหอะ หุหุ
 
สำหรับนักเรียนคนอื่นในโรงเรียน อาจจะซื้ออุปกรณ์ไปทำมัมเองที่บ้านค่ะ
หรือไม่ก็พ่อหรือแม่ทำให้ หรือไม่ก็สั่งทำที่ร้านดอกไม้เลย
 
มัมนี้จะเอาไว้มอบให้กันเพื่อตกแต่งประดับประดาในคืนงานเต้นรำ ถ้าเป็นหญิงชายมอบให้กัน ก็จะทำความตกลงกันว่า คืนงานเต้นรำ ไอจะใส่เดรสสีนี้นะ ยูก็ผูกเนคไทสีเดียวกับชุดไอมา แล้วมัมก็ควรจะเป็นสีเดียวกัน ซึ่งถ้าหากว่าคู่เต้นรำของใคร เป็นคนที่ตัวเองกำลังเล็งๆจะจีบอยู่ การทำความตกลงนี้ ก็จะนำไปสู่การสานต่อความสัมพันธ์ได้ในอนาคต อย่าน้อยที่สุดก็ได้คุยกัน ตกลงเรื่องสีของชุดกัน ใช้เวลาเล็กๆน้อยๆร่วมกัน ถ้ามากกว่านั้นก็อาจจะถึงขั้นไปเดินเลือกซื้อชุดด้วยกันเลยทีเดียว อรั๊ย! เขินแทนอ้ะ!!! Surprised (ตัวเองไม่มีคู่ไง 5555)

 
  photo PhotoJan22151637_zpsf1e16b55.jpg
 
มัมของมอท (เพื่อนนักเรียนแลกเปลี่ยนคนไทย)
แด๊ดกับมัมของมอท (มอทเรียกว่ากีกี้กับปาป้า)
สั่งทำแล้วเซอร์ไพรส์ แขวนไว้ที่หน้าประตูห้องนอน
มอทมาเจอหลังจากกลับจากโรงเรียน
(มอทเป็นนักกีฬาเทนนิสของโรงเรียนด้วย
โฮสต์แฟมิลี่เลยเขียนแสดงความยินดีให้บนบอร์ดด้วย)
 
น่ารักเนอะะะ Cool

 
และสุดท้าย งานเต้นรำ...
ไว้ติดตามตอนต่อไปนะจ๊ะ :D
 
• จบ •
 
 
• ขอบคุณมอทมากที่เอื้อเฟื้อรูปสวยๆมาให้
ขอบคุณมากๆจริงๆรักนะ จู๊บบบบ
ไว้กลับไปแนคด้วยกัน

• Many thanks to Shayda Mastali for
the information about Homecoming.
See you in glorious Texas soon!
 
• Thanks to Andrea Cristina, Kathleen, Mot,
Kenzie, and Lauren for being in my pictures.
 
• หุหุ ได้รูปเก่าๆกลับมาแล้ว
ไม่ได้เข้าไปหาในสเปซ แต่เข้าไปหาในเว็บฝากรูปแทน :D

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot! Hot!

#7 By llo-oll on 2014-01-18 09:17

ประสบการณ์ดี ๆ แบบนี้ หายากนะคะ ^ ^
รอติดตามตอนต่อไปค่ะ big smile
Hot! Hot! Hot!

#6 By Coffee* ~ on 2013-02-03 17:01

Hot! Hot! Hot!

#5 By Simplificity on 2013-02-02 23:12

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
อิจฉาเจ้าของบล็อคอีกรอบ XD
ดีจังน้า อ่านไปตื่นเต้นไป
เหมือนได้ดูหนังวัยรุ่นฝรั่ง

#4 By ^O^ 善 妙 ^O^ on 2013-02-01 20:30

ว้าววววว  น่าไปจังเลยยยย 
ตอนนี้เราก็แลกเปลี่ยนเหมือนกัน อยู่แคนาดา กะจะไปเมกาหลังจบเทอม ^^    รอติดตามมตอนต่อไปอยู่เน้อ big smile

#3 By drpetong on 2013-01-31 22:55

อ่านจบแล้ว
คราวนี้มาอย่างเร็วเลย

รออ่านต่อเหมือนเดิมbig smile

#2 By Art Jeeno on 2013-01-31 17:10

ชอบวิธีเล่ามากเลยค่ะ ดีจังเลยมีประสบการณ์ในต่างประเทศ

เรายังแอบเสียดายอยู่เลยที่ตอนมัธยมปล่อยให้เวลาเดินผ่านไปเฉยๆไก็เลยไม่มีโอกาสดีๆแบบนี้บ้าง

ยังไงก็จะรอติดตามต่อนะคะ :)

#1 By Aroon (103.7.57.18|58.9.224.8) on 2013-01-28 15:38