ห่างหายไปนานสุดแสนนาน กราบขอโทษจริงๆ

อย่าเพิ่งเบื่อเค้านะ อย่าตัดหางปล่อยวัดเค้าเลยนะ >.< 55

ไม่อยากแก้ตัวอะไรทั้งนั้น เรามาเข้าเรื่องเลยดีกว่า

วันนี้เล่าเรื่องประสบการณ์นักเรียนแลกเปลี่ยนแล้วกัน :D

 

E D I T

ได้รับการแนะนำมาจากเอนทรี่นี้

http://community.exteen.com/20130124/exteen-brief-240113

ขอบคุณมากๆเลยนะคะ :D @community 

 บวกกับสองสามวันก่อน ยิ้มได้สนทนากับมอท เพื่อนนักเรียนแลกเปลี่ยนคนไทยที่บังเอิญได้เข้าเรียนที่โรงเรียนเดียวกัน ยิ้มก็เลยขอรูปเก่าๆมา ก็เลยถือโอกาสอัพรูปเพิ่มเติมนะคะ

อ่านเรื่องราวของการเริ่มต้นความสัมพันธ์ของยิ้มกับมอทได้ที่นี่ค่ะ

http://yimmanyyim.exteen.com/20101029/entry-1

แล้วก็ เอนทรี่ใหม่อัพแล้วนะคะ เกี่ยวกับเรื่องเวิร์คแอนด์แทรเวล

http://yimmanyyim.exteen.com/20130122/entry-2

 

:: กฏเรื่องเวลาเข้าเรียนของนักเรียนในอเมริกา ::


ที่โรงเรียนยิ้ม เริ่มการเรียนการสอนตอน 7.30 ค่ะ และเชื่อว่าเริ่มที่เวลานี้กันแทบจะทั่วทุกโรงเรียนในสหรัฐอเมริกา ซึ่งก็นับว่าเช้ามากๆเลยนะ ชีวิตนักเรียนไทย เจ็ดโมงครึ่งบางคนยังนั่งโซ้ยโจ๊ก ฉีกปลาท่องโก๋แล้วกระดกน้ำเต้าหู้ที่บ้านกันอยู่เลย เพราะฉะนั้น ชีวิตของยิ้มก็จะเป็นดังนี้

 

แด๊ดหรือมัมจะเข้ามาปลุก "Girls, it's time to wake up.” ทุก 6.30 น. เรากับน้องสาว (นอนห้องเดียวกัน) ก็จะงัวเงียตื่น เข้าไปล้างหน้าแปรงฟัน แต่ไม่อาบน้ำค่ะ 55 จากการถามเพื่อนๆอเมริกันแต่ละคนกับตัวเอง เค้าไม่นิยมอาบน้ำทุกวัน โดยเฉพาะตอนเช้า ยกเว้นคนที่เป็นนักกีฬา เพราะเมื่อไปถึงโรงเรียนก็ต้องเข้าโรงยิมก่อนเลย ก็เลยต้องการความสดชื่น จึงอาบน้ำทุกวัน ส่วนเรา ไม่ใช่นักกีฬาอะไรทั้งนั้น ก็แค่แปรงฟันล้างหน้าเปลี่ยนชุดแล้วกินข้าวเช้า

 

อาหารเช้าที่อเมริกาส่วนใหญ่ที่กินกันจริงๆในบ้านก็จะเป็นซีเรียล แพนเค้ก เบคอน นม น้ำผลไม้ คือของพวกนี้ ทุกบ้านจะมีติดตู้เย็นไว้ตลอดเวลาอยู่แล้ว และด้วยความที่มันอยู่ติดบ้านตลอดเวลาเสมือนเป็นถุงยังชีพ บางครั้งคนอเมริกันเองก็เลยกินอาหารพวกนี้รองทอง (หรือให้เข้าใจง่ายๆ – ประทังชีวิต) ในยามที่โคตรขี้เกียจลุกไปทำอาหารหรือหาอะไรกินที่ดีกว่านี้ เพราะแค่เทซีเรียลงถ้วย-เทนม ก็กินได้แล้ว และฉากกินซีเรียลมักจะเกิดขึ้นที่หน้าทีวี และหน้าเครื่องเล่นเกม X Box เอาง่ายๆ คือจะกินซีเรียลในยามที่ไม่อยากจะลุกไปไหนแล้วว่างั้นเถอะ! ขี้เกียจจริงจรี๊ง

 

กินอาหารเช้าเสร็จก็คว้าถุงอาหารกลางวัน คว้ากระเป๋าเรียน แล้วก็ขึ้นรถ แล้วก็ไปโรงเรียน

 

แด๊ดหรือมัมจะมาส่งถึงโรงเรียนก่อนเวลา 7.30น.เสมอ ยิ้มกับน้องสาวก็จะแยกย้ายกันเข้าห้องเรียนของวิชาแรก ตารางเรียนของนักเรียนแต่ละคนจะไม่เหมือนกันค่ะ แล้วแต่ว่าใครจะลงวิชาอะไรในคาบที่เท่าไหร่ อาจจะมีคนที่ลงเรียนเหมือนเพื่อนบ้าง แต่คงจะไม่ทุกวิชาเหมือนกัน เพราะต่างคนต่างต้องเรียนตามความถนัดตัวเอง เด็กอเมริกันไม่ฝืนตัวเองเพื่อไปตามเพื่อนค่ะ

 

ในห้องเรียน ก็จะมีเพื่อนร่วมห้องนั่งอยู่ก่อนแล้วบ้าง ค่อยๆทะยอยเข้ามาบ้าง แต่ยังไม่ถึงขั้นครบทั้งห้อง อาจจะมีคนที่นั่งกินข้าวอยู่ที่โรงอาหาร ยืนคุยกันตามโถงทางเดิน หรือหยอกเล่นกัน แต่ถ้ากริ่งดังเมื่อเวลา 7.30 น. เมื่อไหร่ โรงเรียนทั้งโรงเรียนจะกลายเป็นรังมดแดงแตก นักเรียนจะสาวเท้าเดินขวักไขว่เข้าห้องตัวเองเหมือนคนหนีสงคราม กริ่งจะดังอีกครั้งในอีกห้านาทีถัดมา ซึ่งหมายถึงนักเรียนทุกคนมีเวลาห้านาทีในการเดินเข้าห้องเรียน ไม่ว่าตัวเองจะอยู่ตำแหน่งไหนในโรงเรียนก็ตาม ซึ่งยิ้มเรียกเหตุการณ์นี้ว่า "กฏห้านาที"

 

เมื่อครบห้านาที กริ่งจะดังขึ้นอีกครั้ง ซึ่งนั่นหมายถึงว่าเท้าทั้งสองข้างของนักเรียนต้องอยู่ในห้องเรียนของตัวเองเรียบร้อยแล้ว หากช้าเพียงแค่หนึ่งก้าว – ก้าวหนึ่งอยู่ในห้อง ก้าวหนึ่งอยู่นอกห้อง – ถือว่าสาย แอร๊ววว ตื่นเต้นสุดๆ วิ่งกันตาเหลือกเลยทีเดียวเชียว


โถงทางเดินที่โรงเรียนที่วิ่งย้ายห้องทุกวันก็จะเป็นประมาณนี้ค่ะ

 photo IMG_7516_zps368d05d6.jpg

 

 photo PhotoJan24171031_zpsfff2c56c.jpg

 

 photo PhotoJan24171845_zps4b38866f.jpg

  

 photo PhotoJan24171855_zps33e0c82b.jpg

 

ในคาบแรกของยิ้ม ซึ่งเป็นวิชาประวัติศาสตร์อเมริกัน (US History) อาจารย์ดุมากที่สุดในโลก ชื่อมิสเตอร์สโตร๊คส์ (นามสมมติ... ซะเมื่อไหร่) ดุมาก! ไม่มีการปราณี ไม่ว่าจะเป็นส่งข้อสอบช้า ตอบคำถามคลาดเคลื่อนนิดหน่อยในการบ้าน อาจารย์ก็จะไม่มีให้คะแนนสงสารเลยแม้แต่จุดเดียว ต้องเป๊ะที่สุดเท่านั้น (ซึ่งวิชานี้ทำเอาเราเกรดดิ่งลงเหวจนต้องนั่งร้องไห้หลายรอบ กลัวโดนส่งกลับบ้าน T^T)  คลาสนี้ยากมาก ยากที่สุดในบรรดา 7 วิชาที่เรียนมาทั้งหมดเลย

ยิ้มเกลียดวิชานี้มากค่ะ และเชื่อว่าเด็กแลกเปลี่ยนหลายๆคนก็เกลียดวิชานี้เช่นเดียวกัน 55

 

ในคาบนี้ มีเพื่อนเม็กซิกันคนนึงหน้ามึนๆกวนๆตีนๆ ชื่อ โฮเซ่ (Jose)  ชอบกวนตีนมาก จริงๆมันก็รู้นะ ว่าอาจารย์สโตร๊คส์ดุ แต่ด้วยความที่มันกวนตีน มันก็เลยกวนตีน


EDIT

บักโฮเซ่มันเป็นคนเม็กซิกัน ชื่อนี้ก็เลยเป็นภาษาสเปน ซึ่งภาษาสเปนนั้น ตัว J จะอ่านออกเสียงเหมือนตัว H ค่ะ

อย่างเช่นเมือง San Jose ในรัฐแคลิฟอร์เนีย จะอ่านออกเสียงว่า "แซน โฮเซ่"  :D


ด้วยความที่อาจารย์ดุ ในห้องจะไม่มีการเสวนา ดิสกัสชั่นเหมือนคาบอื่นอะไรเท่าไหร่ นึกภาพออกไหม การเรียนวิชาประวัติศาสตร์ สิ่งที่ควรจะเป็นก็คือ อาจารย์เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์หน้าห้อง ตั้งคำถาม ให้นักเรียนตอบ ให้นักเรียนมีส่วนร่วม...

แต่คลาสนี้ไม่เป็นอย่างนั้น

ชั่วโมงประวัติศาสตร์ของอาจารย์สโตร๊คส์ดำเนินไปอย่างช้าๆ เงียบๆ พอคลาสเริ่มปุ๊บ อาจารย์ก็จะสั่งงาน อ่านหน้านี้ๆ หรือให้เอกสารคำศัพท์เฉพาะของสงครามในยุคนั้นๆมาอ่าน แล้วตอบคำถามในชีต หรือถ้าอาจารย์ต้องบรรยายอะไรจริงๆ ส่วนใหญ่แกก็จะเปิดวิดีโอให้ดู คือไม่จำเป็นจริงๆจะไม่พูดเลยว่างั้นเถอะ

 

คลาสประวัติศาสตร์อันเงียบเชียบ ซึ่งมีไอ้โฮเซ่จอมกวนตีนนั่งเรียนอยู่ มันก็มักจะส่งเสียงขึ้นทำลายความเงียบ

 

ทำปากกาตกบ้าง แฟ้มตกบ้าง กระแอมบ้าง แกล้งไอบ้าง ฮัมเพลงบ้าง จนถึงขนาดทำเสียงงี๊ดๆเองคนเดียว = =

 

จะว่าไป มันก็ไม่ได้น่ารำคาญอะไรมากนักหรอก แต่ในเวลาที่พวกเราทำข้อสอบ อยากถามมากว่า มึงช่วยอยู่เงียบๆจะได้มั้ยวะ!?

 

จะด้วยโชคชะตาหรืออะไรก็มิอาจทราบได้ ที่ทำให้ภาพลักษณ์กวนตีนของมันดูตลก ชวนสมน้ำหน้าแบบขำๆ ไอ้โฮเซ่ มักจะวิ่งเข