วาเลนไทน์ที่อเมริกา

posted on 14 Feb 2011 22:22 by yimmanyyim directory Diary
วันวาเลนไทน์ที่อเมริกาก็ไม่ค่อยแตกต่างอะไรจากเทศกาลวันแห่งความรักที่ประเทศไทยเท่าไหร่นัก
ที่เห็นแตกต่างกันก็เห็นจะเป็นแบรนด์ต่างๆหลากหลายที่พร้อมใจออกผลิตภัณฑ์ที่เข้ากับเทศกาลออกมา
ขายให้ทั้งคนมีแฟนเอาไปให้แฟน คนไม่มีแฟนแต่จะให้เพื่อน ให้พ่อแม่ หรือคนไม่มีแฟนแต่จะเอาไป
 บอกรัก หรือคนไม่มีแฟนและไม่รู้จะเอาไปให้ใคร รวมไปถึงคนที่ไม่มีแฟนและอยากให้วันวาเลนไทน์
สูญหายไปจากโลกใบนี้เสียที
 
แบรนด์ต่างๆที่ว่านั้นก็มีหลากหลายอย่างค่ะ ทั้งขนม เสื้อผ้า การ์ตูน ฯลฯ
 
 
ช่วงสิบนาทีก่อนหมดคาบสุดท้ายที่โรงเรียน ของวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2008 ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของโรงเรียนก็ประกาศแจ้งข่าวให้นักเรียนก่อนกลับบ้านตามปกติ ทั้งเรื่องสภาพอากาศ (หากว่ามีอะไรที่อันตรายที่จำเป็นต้องเตือนนักเรียน) ประกาศจากอาจารย์สู่นักเรียน (ในกรณีที่ลืมบอกในคลาส หรือเพิ่งนึกเรื่องที่จะบอกได้) แต่วันนี้เห็นจะมีเรื่องพิเศษบางอย่าง นั่นคือกิจกรรมวาเลนไทน์ที่ทางโรงเรียนจัดให้กับนักเรียน
 
แปลกนะ ถ้าพูดถึงสถาบันการศึกษากับเรื่องความรัก มันค่อยข้างจะฟังดูขัดแย้งกันเล็กน้อย ถ้าเป็นโรงเรียนในไทย คุณครูหลายๆท่านคงจะเหน็บแนมนักเรียนเจ็บๆคันๆว่า
"ริอาจจะมีความรักในวัยเรียน คงจะเจริญหรอกนะ" ฯลฯ
 
และเราก็แปลกใจเหมือนกันที่ทางโรงเรียนที่เคร่งกฏอย่างโรงเรียนเรานึกสนุกจัดกิจกรรมแบบนี้ให้กับนักเรียนและที่สำคัญ มันฟังดูน่าตื่นเต้นเกินกว่าที่โรงเรียนมัธยมจะสามารถจัดให้กับนักเรียนวัยรุ่นผู้เรื่องมากและต่อต้านผู้ใหญ่อย่างวัยรุ่นอเมริกันได้
 
ฝ่ายประชาสัมพันธ์ประกาศถึงกิจกรรมนี้ว่า พรุ่งนี้เช้าห้ามนักเรียนพูดคุยกับผู้ชายหน้าไหนทั้งนั้น โดยในคาบแรกอาจารย์ประจำคาบจะแจกกระดาษรูปหัวใจสีแดงให้กับนักเรียนหญิงทุกคน (ย้ำ เฉพาะนักเรียนหญิง) และห้ามพูดคุยกับผู้ชายอยู่อย่างนั้นจนกว่าจะถึงคาบที่สี่ ให้นักเรียนหญิงเขียนความในใจลงไปและนำไปมอบให้กับผู้ชายที่ตนรัก/แอบชอบ/อยากได้/ปิ๊ง/กรี๊ด/หลงใหล/ฯลฯ และพูดคุยกับคนนั้นเป็นคนแรกหลังจากนั้นก็จึงจะสามารถพูดคุยกับผู้ชายคนอื่นๆได้และทางโรงเรียนจะจัดขายดอกไม้สดพร้อมริบบิ้นและกระดาษโน้ตให้กับนักเรียนที่โรงอาหาร
ใครที่ต้องการซื้อก็สามารถมาซื้อได้ (ดีเนอะ ไม่ต้องไปปีนรั้วซื้อดอกไม้กับแม่ค้าหน้าโรงเรียนเหมือนนักเรียนไทย = = )
 
 
ว้าววววววว น่าตื่นเต้นเป็นบ้า~ ~ แอร๊ยยย
 
แต่จริงๆ ไอ้เรื่องการห้ามพูดคุยก็ไม่มีได้มีใครมาตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อตรวจสอบว่านักเรียนหญิงคนไหนพูดกับผู้ชายบ้างหรอกนะ เพราะไม่ได้เป็นกฎอัยการศึกเข้มงวดอะไรขนาดนั้น แต่ถ้านักเรียนหญิงคนไหน
 ที่ไม่มีใครแอบชอบก็ไม่เป็นไร ไม่ได้เป็นปัญหาแต่อย่างใด
 
เลิกเรียนวันนั้นที่โรงเรียนดูจะครึกครื้นเป็นพิเศษ นักเรียนหญิงต่างคุยกันถึงเรื่องนี้ ถามไถ่กันว่าจะเอาไปให้ใคร
 
กรี๊ดดด!! ตื่นเต้นจังเลยอ่ะแก๊ แล้วพรุ่งนี้ชั้นจะอดใจได้เหรอ ถ้าชั้นไม่ได้คุยกับผู้ชายตั้งสี่ชั่วโมงชั้นคงตีนกาขึ้นแน่
เลยแก!!
 
เย็นวันนั้นหลังจากกลับจากโรงเรียนแล้ว มัมพาน้องสาวกับน้องชายคนเล็กออกไปซื้อของขวัญให้แฟน
 (พระเจ้า ป.สามก็มีแฟนแล้ว แถมแม่ยังพาไปซื้อของขวัญให้แฟนด้วย!! ถ้าเป็นที่ไทยคงโตนตีก้นด้วยไม้เรียวไปหลายป้าบแน่ๆ)
 
ตอนกลับถึงบ้าน มัมยื่นกล่องๆหนึ่งให้เรา เราเปิดดู พบว่าเป็นกระดาษแข็งๆที่มีรูปสปันจ์บ็อบ(SpongeBob SquarePants: การ์ตูนเรื่องโปรดดดดดของเรา) อยู่ประมาณปึกหนึ่ง เราจึงถามมัมว่านี่อะไร มัมบอกว่า เป็นการ์ดวาเลนไทน์ไง เผื่อยูอยากเขียนให้เพื่อนๆยูพรุ่งนี้
 
ว้าววว มัมน่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกก :)
 
นั่นน่ะสิ วันวาเลนไทน์ต่างแดนทั้งที ต้องมีอะไรมอบให้เพื่อนๆซะหน่อย
 
เราจึงกล่าวขอบคุณมัม และเริ่มตั้งหน้าตั้งตาแจกแจงการ์ดแต่ละใบออกมาเขียนชื่อเพื่อนๆที่เรารักและเขียนความในใจลงไป ทั้งหมดก็มีร่วมยี่สิบกว่าใบได้ แบ่งแยกยากอยู่เหมือนกัน เราจึงเรียงการ์ดตามตัวอักษร เริ่มตั้งแต่ Baily, Claire, Jade, Jessica, etc. เหนื่อยเหมือนกันนะเนี่ย
 
 
 
เช้าวันรุ่งขึ้น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2008
 
ที่โรงเรียนดูมีสีสันมากกว่าปกติ พอเราลงจากรถมัมเราตัดสินใจยังไม่เดินไปรอเวลาเรียนในห้องเรียนเหมือนทุกวัน แต่เราเดินมาที่ห้องล็อกเกอร์ (Locker Room: ห้องเปลี่ยนชุด ห้องแต่งตัวสำหรับนักกีฬา (ของผู้หญิงนะ เราไม่ได้เข้าของผู้ชาย ฮาาา) เหมือนที่เห็นกันในหนังนั่นแหละค่ะ) เพื่อจะมาเจอเพื่อนๆที่มีเรียนกีฬาคาบแรก เพราะเพื่อนสนิทเราในนี้ก็มีเยอะเหมือนกัน เราก็มอบการ์ดให้ สวมกอด และบอกรักเพื่อนๆ และไม่น่าเชื่อว่าเราก็ได้ของขวัญกลับมาเหมือนกัน :D
 
จากนั้นก็เดินมาเข้าห้องเรียนคาบแรกเหมือนเคย มาเจอสาวแลกเปลี่ยนจากจีนชื่อเชลลี่ ก็มอบการ์ดวาเลนไทน์ให้และถามไถ่เรื่องกระดาษรูปหัวใจ ยูจะให้ใคร ให้เพื่อนชายยูที่ยูแอบชอบคนนั้นหรือเปล่า?
 
เชลลี่บอกว่าต้องดูลาดเลาก่อน ถ้าดูเหมือนเค้าจะอารมณ์ดี วันนี้คุยกันถูกคอ ก็จะให้...
 
อะไรวะ มีงี้ด้วยเหรอ คุยกันถูกคอ อารมณ์ดี ค่อยให้เนี่ยนะ วันวาเลนไทน์มันไม่ได้มีบ่อยเหมือนวันพระนะเจ๊ จะได้มาดูลาดเลา แถมวันวาเลนไทน์ในปีที่มาเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนอย่างงี้ ให้ตายยังไงมันก็มีวันเดียวเท่านั้น จะบ้าเรอะ!? แต่ก็ช่างเค้าเถอะ มันสิทธิ์ของเค้านี่นะ แต่หลังจากนั้นเราก็ไม่ได้ถามหรอกนะว่าได้ให้เค้าไปหรือเปล่า ถ้าได้ให้ก็คงดี แต่ถ้าไม่ได้ให้ เราว่าป่านนี้เค้าก็ยังคงนึกเสียดายอยู่ไม่มากก็น้อยแหละ
 
เมื่อกริ่งดัง นักเรียนทั้งหมดก็ต่างแยกย้ายเข้าห้องเรียนของตัวเอง เมื่อกริ่งดังที่สองดัง ประชาสัมพันธ์ก็ทำหน้าที่กิจวัตรยามเช้าตามปกติ นั่นคือกล่าวคำปฏิญาณตนเพื่อชาติ (น่าจะเรียกว่าอย่างนี้นะ ผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยนะคะ) และตามด้วยการกล่าวคำปฏิญาณตนเพื่อรัฐ เหมือนเช่นทุกวัน จากนั้นก็ประกาศข่าวสารตามปกติ และแจ้งอีกครั้งเกี่ยวกับเรื่องกิจกรรมวาเลนไทน์
 
เมื่อประกาศเสร็จสิ้นแล้ว คุณครูสโต๊กส์ก็เดินแจกกระดาษรูปหัวใจให้นักเรียนหญิงทุกคนในห้อง จากที่เราสังเกตดูเพื่อนหญิงแต่ละคนจะรับมาพร้อมทั้งดวงตาอันเป็นประกาย ใบหน้าอาบไปด้วยรังสีแห่งความหวัง ความรัก และรอยยิ้มแห่งความสุขกันทั้งนั้น... เราเดาว่าเราเองก็คงไม่ต่างจากเพื่อนๆเหล่านั้นสักเท่าไหร่หรอกมั้ง...
 
คาบแรกนั้น เพื่อนหญิงแต่ละคนดูสงบเสงี่ยมกันเหลือเกิน (แน่นอน รวมทั้งเรา) ไม่เอื้อนเอ่ยเจรจากับชายใดทั้งสิ้นแต่ฝ่ายชายดูครึกครื้นตื่นเต้น พยายามแกล้งเพื่อนหญิงในห้องด้วยการยุแยงให้ตะบะแตกด้วยวิธีต่างต่างนานา ทั้ง พยายามถาม พยายามพูดด้วย สะกิดถาม หรือโพล่งถามมาให้เราตกใจเพื่อที่จะได้ลืมนึกว่าตัวเองนั่นห้ามพูด หรือแม้กระทั่งแกล้งจาม (เพราะในประเทศอเมริกานั้น ถ้ามีคนจาม คนรอบข้างจะกล่าวคำว่า "Bless you." ที่เป็นคำสั้นมาจากคำว่า "God bless you." แปลว่าขอให้พระเจ้าคุ้มครอง แก่คนคนนั้นเพื่อเป็นมารยาท) เมื่อมันจาม แต่เราเงียบ มันก็แกล้งด่าเราอีกว่า "ยูนี่ไม่มีมารยาทเลยนะ ไอจามเนี่ย ไม่ได้ยินเหรอ ไหนล่ะ เบลสยู ไร้มารยาทจริงๆเลยพวกยูเนี่ย" แต่ก็ไม่มีใครโกรธกันหรอกนะ เพราะเป็นการแกล้งกันขำๆทั้งนั้น
 
ในคาบสอง ยิ้มเรียนวิชา ESL ยิ้มก็เข้ามาเรียนในห้องที่เต็มไปด้วยบรรยากาศอบอุ่นเหมือนเคย
เราได้ขนมจากเพื่อนเม็กซิกันผู้ชื่นชอบขนม (โคตรๆ) เหมือนเดิม และแน่นอนว่าเป็นขนมของเม็กซิโกเหมือนเดิม น่ารักมากกกกก :D และเราก็มอบการ์ดกลับไปให้พวกเขาและเพื่อนคนอื่นๆไปด้วยความสุข :D
ป.ล. คลาสนี้มีแต่ผู้หญิง ก็เลยไม่อึดอัด 55
 
  photo PhotoFeb13162134_zps89da1757.jpg
 
ของขวัญที่ได้กลับมา
 
 
จนถึงคาบสี่ ยิ้มก็เขียนความในใจของเราลงในกระดาษรูปหัวใจสีแดงใบนั้น และเมื่อหมดคาบ เราจึงไปยืนรอมอบการ์ดให้กับเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งที่เราแอบชอบ ขื่อเนเธน (เขียนเหมือนนาธาน แต่จริงๆแล้วอ่านว่าเนเธน (Nathan) และอ่านออกเสียงว่า 'เน้ย์เหต่น' ) (จริงๆไม่ได้แอบหรอก มันก็รู้อยู่)
 
หลังคาบสี่ของทุกวัน ยิ้มต้องเดินออกไปเรียนที่ห้องเรียนอีกฝากหนึ่ง และจะต้องสวนทางกับไอ้คนนี้ทุกวัน วันนี้ก็เลยไปยืนรอ ยืนรอกับ Jade เพื่อนแลกเปลี่ยนชาวสก๊อตแลนด์ (ผู้หญิง) ที่เรียนคาบสี่ด้วยกัน มันก็รอมอบการ์ดให้หนุ่มที่มันแอบชอบเหมือนกัน ยืนเด๋อๆด๋าๆต่างชาติกันอยู่สองคน (นึกๆดูแล้วก็ตลกว่ะ)
 
ก่อนที่จะออกมายืน พวกเราคุยกันในคลาสแล้วว่าวันนี้จะเอาการ์ดไปให้ไอ่บ่าวนั้นนะ ยูต้องยืนรอมันเป็นเพื่อนไอด้วยนะ อย่าไปไหนนะ ถ้าไอเขินหรือหน้าแหกยูต้องช่วยไอนะ

แต่ต่างคนต่างก็ตื่นเต้นและประหม่าในใจ "จะดีเหรอยู ไอเขิน"
แล้วก็ผลัดกันเชียร์และให้กำลังใจกันและกัน "ให้มันไปเลยยู อยู่ที่นี่ปีเดียว ไม่ให้ปีนี้จะไปให้มันปีไหน"
โอเค ไอ่หล่อ เดี๋ยวมึงเจอกู
 
แล้วก็ออกไปยืนพร้อมกัน
 
คุณเอ๊ยยย อีตอนรอให้มันเดินผ่านมาน่ะ หัวใจเต้นโครมคราม และสาวๆที่เดินผ่านไปผ่านมาหลายๆคนก็ไม่ได้ต่างกับเราสักเท่าไหร่ เรายืนรออยู่มุมทางเดิน จนกระทั่งคนคนนั้นเดินมา เราจึงเดินออกไปและกล่าว "สุขสันต์วันวาเลนไทน์ คุณเป็นคนน่ารัก ดีใจที่ได้รู้จักคุณ" เค้าก็ยิ้มและทำหน้าซึ้งและบอกว่า "โอวววว ฉันรู้สึก special มากเลยยิ้ม ขอบคุณมากๆ" จากนั้นเราก็ยิ้มให้กัน และเดินจากกันไป
 
แอร๊ยยยยย เขินอ้ะ!! >w<
 
เนี่ยแหละ เรื่องราวของเจ้าของบล็อก หุหุ
อารมณ์ประมาณหนังเรื่องสิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารักเลยอ่ะ
มีแอบเขิน แอบชอบ แม่งโคตรวัยรุ่น!!
 
พอถึงเวลาพักเที่ยง เราก็ออกมากินข้าวตามปกติ และมอบการ์ดวาเลนไทน์สปันจ์บ็อบให้เพื่อนสนิททุกๆคนในโต๊ะ ทุกคนก็รับไปด้วยใบหน้าที่อาบไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขและซาบซึ้ง สนุกดีนะ ได้ทำอะไรแบบนี้ มิตรภาพต่างแดนที่มีมันทำให้เรารู้สึกว่า ชีวิตนี้เกิดมาไม่เสียเปล่า ได้เดินทางมาแลกเปลี่ยนที่ต่างประเทศ และได้มีเพื่อนที่สนิทที่เรารัก ที่เราได้ทำสิ่งดีๆให้ แม้ว่ามันจะเป็นแค่การ์ดใบเล็กอันปัญญาอ่อนก็ตาม
 
หมดเวลาพักเที่ยงเราก็กลับไปเรียนครึ่งหลังของคาบห้า (คาบอังกฤษ คาบที่เราต้องสวมบทบาทเป็นนักเรียนใบ้ผู้ขี้อาย) อย่างเคย พร้อมกับบรรยากาศปกติๆเช่นทุกวัน เหมือนกับว่าวันนี้ไม่ใช่วันวาเลนไทน์ เพราะเพื่อนที่เราสนิทที่ต้องการมอบการ์ดให้ เราก็ให้ไปหมดแล้ว อีกระดาษรูปหัวใจ เราก็มอบให้เค้าไปแล้ว มันก็เลยไม่มีเรื่องตื่นเต้นอะไรที่จะต้องเผชิญอีก เราก็นั่งเรียนๆจดๆเงียบๆใบ้ๆ ไม่มีตัวตนของเราไปเหมือนทุกๆวัน
 
เมื่อกริ่งหมดเวลาดังขึ้น อาจารย์ก็เดินมาเปิดประตูให้นักเรียนออกเหมือนปกติ แต่ที่ไม่ปกติก็คือ มีผู้ชายคนหนึ่งยืนถือดอกไม้ดอกหน่ึ่งอยู่ที่หน้าห้อง เราก็แบกเป้เดินต่อแถวออกจากห้องปกติ เมื่อใกล้ถึงประตู เราจึงเห็นหน้าผู้ชายคนนั้นคือ ซอล (เป็นภาษาสเปน) เพื่อนชาวเม็กซิกันที่เรียนประวัติศาสตร์ด้วยกันคาบแรกนั่นเอง
 
อาจารย์และเพื่อนๆต่างก็ยืนออๆกันอยู่ที่ประตูเพื่อรอดูว่าไอ้นี่มายืนรอมอบดอกไม้ให้ใคร (วะ?)
 
และเมื่อเราเดินมาถึงประตู ซอลก็ยื่นดอกไม้มอบให้เรา และบอกเราว่า "Happy Valentine's Day, Yim. I don't love you like a lover, but I love you like friends. And you are a very good friend of mine." สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะยิ้ม ฉันไม่ได้รักเธอเหมือนคนรักนะ แต่ฉันรักเธอเหมือนเพื่อน และเธอเป็นเพื่อนที่ดีของหนึ่งของฉันเลย
 
ว้าวววววว :D
 
ฟังดูเหมือนจะน่ารัก แต่ลองนึกถึงบรรยากาศรอบข้าง
 
เพื่อนๆทั้งห้องยืนมองเรา มองเราที่เป็นคนที่ไม่เคยมีตัวตน เงียบๆ โง่ๆ แต่เสือกมีผู้ชายมายืนรอหน้าห้องหลังประตูเปิดออกเพื่อมอบดอกไม้ให้ในวันวาเลนไทน์...
 
 
เราว่ามันดูตลกแบบเฝื่อนๆมากกว่า 5555555555555
 
 
 
 
ดอกไม้จากซอล :)
 
 
 
 
 
ขอโทษที่อัพช้านะคะ แต่หวังว่ามันคงยังอยู่ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์อยู่
Edit เพิ่มเติม เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2556
 
 
 
 
สุขสันต์วันวาเลนไทน์ค่ะ :)

Comment

Comment:

Tweet

#6 By สติ๊กเกอร์ไลน์ (183.89.83.82|183.89.83.82) on 2014-11-27 15:43

อิ_อิ


วาเลนไทน์ต่างมุมโลก


ต่างบรรยากาศเลยน้อออออ








๕๕๕๕๕๕



ปล ตกลง วาเลนไทน์ปีนี้กะแฟนดีมะ

หรือเฉย ๆ
อยากเห็นรูป จขบ. ถ่ายคู่กะซอลจัง
กรี๊ดด อยากจะให้มีในไทยมั่งจังเลย xD
เริ่มจะแก่แล้วเดี๋ยวไม่ได้อะไรสักที 555+
แต่จะกล้าให้ไหมนี่สิอีกเรื่อง
ดีไม่ดีก็รุมให้อยู่คนเดียวน่ะแหละ ตบกันตาย ฮ่าๆๆ

ปล.ดอกไม้จากซอลสวยมากเลย

#2 By Rojana-★-Dari on 2011-02-15 06:18

ฮ่าๆๆๆๆ นักเรียนวัยรุ่นผู้เรื่องมาก
และต่อต้านผู้ใหญ่อย่างวัยรุ่นอเมริกัน

อยากให้มีงานแบบนี้บ้างที่ไทย เยี่ยมๆ
แต่ว่าคนไทยจะกล้าให้การ์ดหัใจรึป่าวเนี่ยสิopen-mounthed smile
ครูน่าจะสนับสนุนเรื่องพวกนี้นะ


อ่านแล้ว ชอบตอนได้รับดอกไม้ที่สุดเลยยย Hot! Hot! Hot! Hot!

#1 By Art Jeeno on 2011-02-15 03:38