อันดับแรกต้องขอโทษด้วยที่หายไปนานมากๆ เพราะไม่รู้ว่าจะอัพอะไรให้คนอ่านถูกใจ
เพราะหลายเรื่องที่คิดอยากจะอัพ แต่พิมพ์ไปพิมพ์มา ดันสั้นเกินซะงั้น
บางเรื่อยอยากเขียนยาวๆก็กลัวคนอ่านจะเบื่อซะก่อน
 
คราวนี้ก็เลยคิดไอเดียขึ้นมาได้ว่า เขียนหลายๆเรื่องรวมกันในเอนทรี่เดียวเลยดีไหม?
ก็ลองๆดูก่อนแล้วกันเนอะ ดีไม่ดีอย่างไรก็ติชมกันด้วยนะจ๊ะ
 
 
 
Things I Love About Living in the U.S.
 
- โรงเรียน
แปลกนะ ถ้าจะบอกว่าเรารักโรงเรียน เพราะน้อยคนมากๆที่จะชอบไปโรงเรียนกัน
 
เราชอบไปโรงเรียนมากๆค่ะ โรงเรียนของเราชื่อ Nacogdoches High School มีนักเรียนประมาณ 500 คน น้อยม๊ากกกกกก แต่มีแค่สี่ชั้นปีเองไง (ม.3-ม.6) แต่เอาเข้าจริงแล้วจำนวนนักเรียนก็ดูเยอะเหมือนกันนะ เมื่อต้องเดินสวนกับคนหลายสิบหลายร้อยคนพร้อมๆกันตอนเปลี่ยนคาบด้วยล่ะมั้ง
 
ทำไมเราถึงชอบไปโรงเรียน?
เพราะโรงเรียนเป็นที่ที่ทำให้เราเจอเพื่อนๆ ได้สนุกสนาน ได้หัวเราะ ได้เรียนรู้ชีวิตอเมริกันแบบวัยรุ่นอย่างใกล้ชิดและปล่อยให้ธรรมชาติรอบข้างกลืนเราเข้าไปให้เข้ากับเพื่อนๆ และได้เรียนรู้วิชาการต่างๆ ทั้งวิชาน่าเบื่อสุดๆอย่างอังกฤษและประวัติศาสตร์ และสนุกสุดๆอย่างศิลปะและฝรั่งเศส
 
การอยู่กับเพื่อนมากๆก็ดีอย่างหนึ่ง คือเราไม่ต้องเกรงใจที่บ้าน ไม่ต้องสัมมาคาระวะเต็มร้อย เราสามารถแสดงตัวตนของเราออกมาอย่างเต็มที่ แหกปากด่า "Asshole!", "Slutface!", "Bitch!" ดังๆ สบถ "Shit!", "God damn!", "Fuck!" แรงๆได้โดยที่ไม่ต้องกระซิบหรือด่าในใจเหมือนที่ต้องทำที่บ้าน
 
สำหรับเรา ตอนพักเที่ยงน่ะสนุกที่สุดแล้ว เพราะได้เจอเพื่อนสนิทสนิทคุ้นเคยกันมานั่งล้อมวงกันกินข้าว พูดคุยหยอกล้อกัน นัดกันไปเที่ยว ไปดินเนอร์กัน แต่ส่วนใหญ่เด็กอเมริกันไม่ค่อยนัดกันนักหรอก มันทำงานพิเศษกัน ไม่ค่อยว่างเหมือนเด็กต่างชาติ(ต่างด้าว)อย่างเราๆซักเท่าไหร่ 
 
 
-สมุดจนบันทึก (Planner)
และการทำเกรดที่โรงเรียนก็เป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญมาก เพราะใบเกรดแต่ละหกอาทิตย์จะเป็นตัวชี้ชะตาชีวิตได้เป็นอย่างดีว่าเราจะโดนเพ่งเล็งหนักขนาดไหน เพราะฉะนั้นเราจึงต้องขยันตลอดเวลา ระหว่างเรียนแต่ละคาบ เราต้องจดสิ่งที่ต้องทำ สิ่งที่ต้องนำมาโรงเรียน โน้ตต่างๆ ลงในสมุดบันทึกประจำวันเสมอจนติดนิสัย
 
ทุกวันนี้สมุดเล่มนั้นก็ยังอยู่ ในนั้นมีเรื่องราวต่างๆมากมาย ทั้งที่เกี่ยวกับเรื่องเรียนและเรื่องทั่วไป เพราะติดนิสัยการจดจนต้องเขียนอะไรต่อมิอะไรลงในสมุดเล่มนี้ ทั้งความรู้สึกในตอนนั้น สิ่งที่กำลังทำตอนนั้น สิ่งที่กำลังคิดตอนนั้น รูปสเก็ตช์มั่วๆ นัดหมาย อะไรต่อมิอะไรเยอะแยะไปหมด
 
เราว่าสมุดเล่มนี้มันมีค่ามากกว่าไดอารี่อีกนะ :)
 
ตอนแรกที่เราทำสมุดเล่มนี้ขึ้นมา เพื่อนหญิง(หญิงครึ่งชายครึ่ง-ทอม)คนหนึ่งที่เป็นเพื่อนคายลี่เห็นเรานั่งเขียนอะไรบางอย่างลงในสมุด ก็เลยถามว่าเราทำอะไร
 
มัน: "What are you fucking doing, Yim?" (ทำเหี้ยไรอยู่วะ?)
เรา: "Uh, making a planner." (ทำแพลนเนอร์ (สมุดจนบันทึก))
มัน: "Damn, you'll never complete it. No one can." (เหี้ยย มึงทำไม่สำเร็จหรอก ไม่มีใครทำได้!!)
เรา: "Well, just wait and see." (เออ ไว้รอดู)
 
สุดท้าย ผลก็คือ หน้ากระดาษมีไม่พอที่จะเขียน เราจึงต้องแบ่งออกมาเขียนที่หลังปกอีกเยอะแยะ เขียนเบียดๆเสียดๆเอา :D
 
- Food
อาหารต่างๆ คิดดูดีๆแล้ว ถ้าพูดเรื่องอาหารนี่จะเขียนได้หนึ่งเอนทรี่เลย เพราะฉะนั้น หัวข้อนี้ is to be continued นะคะ
 
- การตื่นเช้า
เอาอีกละ ชอบอะไรแปลกๆอีกละ ชอบการตื่นเช้าเนี่ยนะ!?
เราว่าจริงๆแล้วการตื่นเช้าก็มีเสน่ห์อย่างหนึ่งนะ โดยเฉพาะถ้าเราทำจนติดเป็นนิสัย
 
ปกติมัมไม่ก็แด๊ดจะเป็นคนเข้ามาปลุกด้วยวลีทองตลอดกาล "Good morning, girls. Time to get up!" ไม่มีเปลี่ยนแปลงใดๆทั้งสิ้น
ด้วยความที่เรามาอาศัยอยู่บ้านเค้า ก็ต้องเป็นคนที่ตื่นก่อนน้องสาวอยู่แล้ว เมื่อได้ยินเสียงปลุกแล้วเราก็จะลืมตาและลุกขึ้นจากเตียงและเดินไปห้องน้ำเลย ปล่อยให้น้องสาวนอนต่อไปอีกสักพักจนกว่าเราจะทำธุระเสร็จ
เสน่ห์ของการตื่นเช้ามันอยู่ตรงที่เราลืมตาขึ้นมาอย่างไม่งัวเงียและอ้อนตัวเองในใจว่า "อีกสิบนาที" "อีกแป๊บนึงงง" "ยังเช้าอยู่เลย นอนต่ออีกซักนิดดีกว่า" เราจะภูมิใจที่ข้ามความรู้สึกเหล่านั้นโดยที่ไม่ต้องคิดถึงมันเลยแม้แต่นิด และเดินผ่านหน้าต่างที่เป็นกระจกสูงจากพื้นไปถึงเพดาน มองผ่านออกไปเพื่อมองท้องฟ้าสีครามเข้มยามเช้า และกล่าวอรุณสวัสดิ์ให้กับตัวเองในใจ
 
 
 
Things I Hate About Living in the U.S.
 
-เวลาพักเที่ยงอันสั้น
ปกติเวลาพักเที่ยงในโรงเรียนไทยจะมีให้เวลาหนึ่งชั่วโมง พร้อมทั้งมีร้านอาหารให้เลือกหลายสิบร้าน เป็นที่ผ่อนคลายได้ดีสำหรับนักเรียนที่หอบท้องเปล่าๆจากบ้านมากินมื้อเที่ยงที่โรงเรียนรวดเดียว
 
แต่ที่อเมริกามีเวลาพักเที่ยงให้เพียงแค่ครึ่งชั่วโมง และร้านอาหารสามร้าน...
คิวก็ยาว เวลาก็สั้น
กว่าจะต่อแถวซื้ออาหารได้เวลาก็หมดไปแล้วครึ่งหนึ่ง วันไหนที่มีเรื่องจะเม้าท์กับเพื่อนๆเยอะๆก็เตรียมย่อคำพูดให้กระชับลงได้เลย เพราะไม่งั้นคุยกันไม่รู้เรื่องแน่
 
- การไปโบสถ์
อย่างที่รู้ๆกัน คนไทยชาวพุทธไปวัดกันไม่บ่อยนัก ยกเว้นคนที่คลั่งใคล้หรือใฝ่บุญจริงๆที่ไปถวายจังหันหรือถวายเพลแด่พระสงฆ์ทุกวัน แต่ที่อเมริกา คนไปโบสถ์อาทิตย์ละสามครั้ง ไม่รวมประชุมย่อยหรือกิจกรรมที่จัดขึ้นมาขรุบขริบอีก เข้าโบสถ์ไปก็ไปฟังธรรม ร้องเพลงแด่พระเจ้า เรียนรู้เรื่องพระเจ้า ซึ่งเราสังเกตุเห็นบ่อยๆว่าบางคนแอบวาดรูปเล่น พับกระดาษเล่น หรือหาอย่างอื่นทำฆ่าเวลาไป หรือบางคนที่ไม่ทำแต่ก็มีหน้าตาที่เบื่อเต็มที ทำให้เราเกิดคำถามขึ้นมาว่า ถ้าไม่ศรัทธาจริงๆแล้วจะขยันมาทำไม?
 
- การเลือกกิน(ที่เกินไป)ของชาวอเมริกัน
ครั้งหนึ่งเรากับมอท(เพื่อนนักเรียนไทย)สั่ง Buffallo wings หรือปีกไก่มากินกัน ซึ่งปกติคนไทยเราจะแทะๆๆๆ จนเหลือแต่กระดูกจริงๆ พวกกระดูกอ่อน หรือเนื้อติดกระดูกนิดหน่อยก็แทะกันเมามัน
 
แต่ที่อเมริกา ไม่ค่ะ
 
ครั้งแรกที่กินกัน เรากับมอทก็กินกันอย่างเอร็ดอร่อยตาสไตล์ไทยเดิม แต่เพื่อนๆในโต๊ะเริ่มหันมามอง และกระซิบกัน พวกเราก็งง เอ๊ะ มองไรวะ ทำไมวะ กูกินของบูดเหรอ หรือยังไง?
สักพักเพื่อนมันก็ดึงมือที่ถือไก่ออกจากปากและบอกว่า "ยูกินไม่ได้นะ มันสกปรก" อ้าวจริงเหรอ ไก่ทั้งชิ้นเนี่ยนะ? แต่ไม่ค่ะ เค้าหมายถึง เนื้อส่วนที่ติดกระดูกและกระดูกอ่อนต่างหากที่สกปรก ที่อเมริกาเค้าจะกินแต่เนื้อจริงๆเท่าๆนั้น เหลือเนื้อเล็กเนื้อน้อย กระดูกอ่อน อะไรพวกนี้ติดแกนกระดูกไก่ไป
 
เราไม่เข้าใจนะ สำหรับเรา เราว่ากินดีๆ แทะดีๆให้เรียบเหมือนคนไทยกินดีกว่า เพราะการเหลือเนื้อเหลือกระดูกอ่อนไว้ เราว่ามันดูทุเรศตายังไงพิกล เพราะมันกินเหลือๆแล้วทิ้งๆเอาไว้ ไม่น่าดูเลย
 
แต่ก็นั่นแหละ คนละวัฒนธรรมกันนี่นา
 
 
 
 
 
 
เอาไว้แค่นี้ก่อนแล้วกันเนอะ เดี๋ยวค่อยมาต่อกันเอนทรี่ต่อไป ทั้งสิ่งที่รักและเกลียดเลยจ้ะ :)

Comment

Comment:

Tweet

Hot!

เห็นด้วยกับการเลือกกินที่ติดเป็นนิสัย/มีอีกอย่างนึงที่เราสังเกตุมานานคือเด็กอเมริกันคายเม็ดผลไม้ไม่เป็น/กินแต่พวกseedless sad smile

#5 By Kanya on 2012-01-06 01:51

อ่านแล้วสนุกดี

ก็ว่าทำไมคนอเมริกาถึงขายพวกน่องไก่ถูกกว่าอกไก่
ทั้งที่มันอร่อยกว่า ฮ่าๆๆๆๆ

#4 By Art Jeeno on 2011-02-11 14:12

> 0<

วาเลนไทน์ที่นั่น จะเป็นยังไงน้อออ

สงสัย ๆ
แต่ล่ะที่ก็ต่างกัน
โชคดีจริง ๆ ที่เจ้าของบล็อกได้ไปเปิด
ประสบการณ์ที่ต่างประเทศ
ต่างคนต่างภาษา ต่างวัฒนธรรม แต่มาอยู่รวมกันได้ นี้แหละฮะ แมวว่าดีนะได้ไปเจออะไรใหม่ๆ แปลกๆบ้าง big smile

#1 By แมวเย็นชา on 2011-02-11 01:50