เมื่อโจรขึ้นบ้านฉัน

posted on 15 Jan 2011 22:59 by yimmanyyim
อย่างที่เกริ่นบอกไปว่าทุกคนในบ้านรักกีฬากันหมด ถ้าวันไหนใครมีแข่งก็จะตามออกไปเชียร์กันที่ขอบสนามกันทั้งบ้าน แต่เราไม่ค่อยตามออกไปหรอก เพราะเราไม่ชอบกีฬา และขี้เกียจมาก
 
คืนเป็นคืนวันเสาร์ น้องชายทั้งสองคนก็มีเกมส์แข่งบาสตามปกติ แด๊ดต้องไปเป็นโค้ช มัมและน้องสาวคน
เล็กออกไปเชียร์ แต่เรากับคายลี่น้องสาวคนโตขออยู่บ้าน เพราะวันนั้นมีการบ้านต้องทำ ขี้เกียจด้วย และมี
เพื่อนคายลี่มาที่บ้านพอดี
 
ตอนหัวค่ำเราก็นั่งทำการบ้านของเราไปตามปกติ ไม่ค่อยได้สนใจอะไรอะไรมากมาย เพราะคายลี่ก็พาเพื่อนมาบ้านออกจะบ่อย
 
กิจกรรมของวัยรุ่นผู้หญิงอเมริกัน (บิทช์) ที่ทำก็มีแต่เรื่องเดิมๆ อบคุ๊กกี้ อบมัฟฟิน เม้าท์ตามประสาผู้หญิง ดูทีวี ช่วยกันแต่งหน้า ถ่ายรูป ซึ่งรูปที่ออกมามักจะออกไปในแนวทำตาโตๆแบบหันลูกตาไปทางอื่น ทำปากจู๋แบบหันไปทางอื่นอีก ซึ่ึ่งไม่รู้ว่ามันสวยงามตรงไหนเลย และฉากมักจะอยู่ในห้องน้ำ
 
กิจกรรมที่เราจะต่างจากของคายลี่มาก เพราะด้วยความที่เพื่อนของเราโตๆกันแล้ว (แค่ม.5 แต่ก็ต่างจากม.3เยอะนะ เพราะช่วงม.1-3 จะเป็นวัยเพิ่งเริ่มเห่อชีวิตวัยรุ่น) ขับรถได้แล้ว และเพื่อนเราส่วนใหญ่จะมีแต่นักเรียนแลกเปลี่ยนซึ่งมีแต่พวกชอบกิน (55555) ก็เลยออกไปหาอะไรกินกันซะส่วนใหญ่ แค่เลือกร้านดีๆ อาหารอร่อยๆ นั่งคุยกันเรื่องประเทศของแต่ละคนนานๆ และตบท้ายด้วยกาแฟสตาร์บัคส์ ก็ถือว่ามีความสุขและได้ความรู้มากๆแล้ว
 
คืนนั้นจำได้ว่าอากาศหนาวค่ะ โดยเฉพาะที่ห้องเราและเตียงเราจะเป็นบริเวณที่หนาวที่สุดของบ้าน เพราะห้องเราจะมีหน้าต่างกระจกบานใหญ่อยู่สี่บ้าน ซึ่งเตียงเราและเตียงคายลี่จะอยู่ข้างหน้าต่างพอดี เพราะฉะนั้น แทนที่จะเป็นอิฐมากั้นความหนาวจากนอกบ้าน ก็กลายเป็นเพียงกระจกบางๆ ทำให้หนาวยิ่งๆขึ้นไปอีก 55
 
ลักษณะบ้านส่วนใหญ่ที่เท็กซัสจะเป็นบ้านชั้นเดียว สร้างด้วยอิฐ พื้นเป็นไม้ปาร์เกต์ หรือไม่ก็เป็นกระเบื้องค่ะและส่วนใหญ่จะมีโรงรถที่เชื่อมติดกับตัวบ้านเลย
 
 
 
 Photobucket
อันนี้เป็นรูปบ้านจริงเลยค่ะ เอามาจากกูเกิ้ลเอิร์ธโดยตรง 55 รถที่เห็นเป็นรถของมัมค่ะ
 
ตรงประตูสีขาวๆกว้างๆนั่นคือประตูโรงรถค่ะ จะเปิดปิดได้ด้วยรีโมตเลย(อย่างที่เคยบอกไว้) แต่มัมกับแด๊ด
ไม่ใช้โรงรถเพื่อจอดรถหรอกค่ะ เพราะว่าเอาไว้เป็นที่เก็บของหมด
 
จากในบ้าน เราสามารถเดินมาที่โรงรถได้เลยโดยไม่ต้องผ่านประตูหน้าบ้าน แต่จะเป็นประตูข้างบ้านออกมา
เลย ไม่ต้องลำบาก
 
 
 
 
 
คืนนั้นเราทำการบ้านเสร็จเร็วพอสมควร และหลังจากเสร็จงานเราก็หิวมาก ก็เลยเดินออกมาหาอะไรกินในครัว
แต่ก็ไม่มีอะไรกินและเบื่อซีเรียลกับนมเต็มทน เราก็เลยตกลงกับคายลี่ว่าจะโทรส่งอาหารจีนมากินที่บ้าน
ระหว่างที่นั่งรอเราก็ออนเอ็ม เล่นเน็ตไป รอนานพอควร แต่อาหารก็มาไม่ถึงซะที
 
เดินออกไปนั่งเล่นกับคายลี่ก็แล้ว หาอะไรกินรองท้องนิดหน่อยก็แล้ว อาหารก็ยังไม่มา เราก็เลยเข้ามาเล่นเน็ตรอให้ห้องนอน คายลี่ก็เล่นกับเพื่อนต่อไป กรี๊ดกร๊าดกันตามปกติ เราก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร
 
แต่สักพักก็ได้ยินเสียงกรี๊ดและตามมาด้วยเสียงร้องไห้ ซึ่งเราก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรอีกนั่นแหละ เพราะมันเป็นเรื่องปกติสุดๆ เพราะฝรั่งมันอิโมชั่นเวอร์อยู่แล้ว แต่สักพักคายลี่ก็เดินมาที่ห้องทั้งน้ำตา และบอกเราว่า
 
"ยิ้ม ตอนนี้เรากำลังตกอยู่ในอันตรายแล้วนะ"
 
ไอ้เราก็ตกใจสิ ห๊ะ อะไรนะ หมายความว่าไง อันตรายอะไร
 
คายลี่ก็อธิบายต่อว่า
 
"เมื่อกี๊ ไอได้ยินเสียงเปิดประตูโรงรถ ไอก็เลยนึกว่ามัมกลับมาแล้ว แต่ไอก็แปลกใจว่าทำไมไม่เข้าบ้านเลย ไปเปิดประตูโรงรถทำไม ไอก็เลยเปิดม่านประตูข้างบ้านดู ปรากฎว่าไอเห็นผู้ชายตัวใหญ่มากๆคนนึงกำลังเปิดประตูโรงรถขึ้นมา และมีผู้ชายหุ่นธรรมดาอีกคนเดินตามมาข้างหลัง ไอก็เลยกรี๊ด และผู้ชายสองคนนั้นก็วิ่งหนีไป"
 
...
 
อึ้งแดกค่ะ
 
จะบ้าหรือเปล่า ไฟที่บ้านก็เปิดสว่างซะขนาดนี้ จะกล้าเข้ามาได้เหรอ แล้วทำไมถึงเข้ามาแบบอุกอาจขนาดนี้ บ้าแล้วแกเอ๊ย บ้าๆๆๆ
 
แต่น้ำตาและสีหน้าของน้องสาวตอบทุกอย่างที่เราคิดไปทั้งหมด
 
คายลี่รีบโทรหามัมเพื่อบอกเรื่องราวทั้งหมด และปรึกษาว่าจะเอายังไงดี
 
เราใจเสียมาก เสียขั้นสุด เราได้แต่ยืนอึ้ง คิดไปต่างต่างนานา แม่งตัวใหญ่ขนาดนั้นกูคงตายแน่ๆ มันต้องกลับมาอีกแน่ๆ กูโดนแน่ แม่จ๋า บลาๆๆ
 
ทั้งบ้านตอนนั้นมีผู้หญิงแค่สามคน เรา คายลี่ และเพื่อนคายลี่ จะไปสู้อะไรเค้าได้ เราอายุมากสุดคงคิดแก้ปัญหาได้ดีที่สุด แต่กูจะพูดขอชีวิตมันยังไงดีวะ ให้มันดูน่าสงสารที่สุด กูยังไม่อยากตายตอนนี้นะ ถ้าจะตายขอกลับไปตายที่ไทยแลนด์บ้านเกิดดีกว่า
 
คิดๆๆๆ เอาไงดีๆๆๆ กลัวโว้ยยยยย
 
แต่ทันใดนั้น...
 
 
 
 
 
 

 
 
ปังๆๆๆๆ!!
 
 
 
 
 
 
 
เสียงทุบประตูหลังบ้านอย่างดัง หนัก และเร็ว
 
 
เชี่ยยยยยย ทุกคนสะดุ้งโหยง เสียงในตัวมีเท่าไหร่แหกปากกันออกมาให้หมด
 
สติเตลิดไปหมดแล้วโว้ยยย
 
ตอนนั้นคิดได้อย่างเดียวคือไปซ่อนให้เร็วและเงียบที่สุด ก็เลยเริ่มต้นวิ่งให้เร็วที่สุด โดยที่ไม่ลืมที่จะคว้าอะไรติดตัวไปด้วย แต่สิ่งแรกที่เห็นคือตาไก่เจาะกระดาษอันใหญ่โคตรๆที่วางอยู่บนโต๊ะกินข้าว
 
สิ่งที่จำได้คือ
 
เราวิ่งออกไปอย่างเร็วพร้อมตาไก่ในมือ วิ่งไปเรื่อยผ่านโซฟา ผ่านห้องน้องชาย ไม่เปิดดีกว่า เพราะถ้าเกิดมันได้ยินเสียงประตูมันจะรู้่กว่ากูอยู่ในนี้ ก็เลยสิ่งเลยไป เลี้ยวขวาเข้าห้องแด๊ด วิ่งไปเรื่อยๆ เข้าห้องน้ำ มาสุดทางแล้ว...
 
ยืนหลบอยู่คนเดียว หัวใจเต้นรัว มือก็กำตาไก่ไว้แน่น
 
นาทีแห่งชีวิตเลยนะตอนนั้นน่ะ
 
 
 
แต่สักพักคายลี่ก็เดินมาเรียก และบอกว่า ไม่ใช่โจร เป็นเพื่อนบ้านเราเอง มัมโทรบอกเค้าให้มารับเราไปอยู่ที่บ้านเค้าหลบภัยก่อนสักพัก
 
โหว โล่งใจไปวูบใหญ่เลย เพราะกลัวไอ้โจรมันจะกลับมาอีก
 
 
เราก็เดินออกมาไปบ้านตรงข้าม และคายลี่ก็เล่าเรื่องทั้งหมดทั้งน้ำตา คนที่ฟังก็อึ้งกันไปตามๆกัน สักพักตำรวจก็มา และขับรถตามหาทั่ว แต่ก็ไม่เจอใคร มันคงหนีไปแล้ว
 
และสักพักมัมก็มารับ
 
อารมณ์ตอนนั้นคือไม่อยากกลับไปอีกแล้ว จะไปทำไม เดี๋ยวมันก็กลับมาอีกหรอก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เดินต้อยๆตามเค้าไปอย่างเดียว และในมือก็ยังถือตาไก่ 5555555555
 
 
ต่อจากนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก ที่บ้านก็อยู่สุขสงบกันดี แต่ชายนิรนามสองคนนั้นยังอยู่ในใจผู้หญิงสามคนนี้ตลอดไป 55
 
เรื่องนี้เอาไปคุยได้เป็นร้อยๆครั้งเลยนะ นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ถึงขั้วหัวใจมากๆ หาได้ยากจริงๆ
 
 
 
 
 
ป.ล. อยากวาดการ์ตูนเหมือนกัน แต่คงจะวาดสีหน้าความหวาดกลัวตอนที่หลบอยู่ในห้องน้ำไม่ได้ดีพอ
 
เพิ่มเติ่ม
อาหารจีนที่อันตรธานไปเลยค่ะ คาดว่าน่าจะมาส่งตอนที่ไปอยู่ที่บ้านของเพื่อนบ้าน แล้วพอมาถึงแล้วกดกริ่งแต่ไม่มีใครออกมารับก็น่าจะกลับไปแล้วมั้งคะ ก็ดี สมน้ำหน้า มาช้าเอง ช่วยไมไ่ด้ 55
 
 
ขอบคุณที่อ่านค่ะ
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

อ่านแล้วลุ้นตามเลยง่ะ -0-
ดีนะคะ ที่ไม่เป็นอะไร เฮ้ออออ
ปล。นั่งไล่อ่าน ทุกเอนทรี่ เลยค่ะ สนุกมากเลย >O<
Hot! Hot! Hot!

#4 By Aliciaz* on 2013-04-13 01:07

> 0<

น่ากลัวว่ะ

อ้ากกกกกกกกกก



โหด!!
นาทีแห่งชีวิตจริงๆ

อาหารจีนหายไปไหนแล้ว

google earth สุดยอดดด!!

#2 By Art Jeeno on 2011-01-16 10:23

ฮ่าๆ ตื่นเต้นดีนะครับ