ชี วิ ต สี เ ห ลื อ ง อ่ อ น

posted on 14 Dec 2010 16:02 by yimmanyyim
หายไปสองวันเพราะไม่รู้ว่าจะอัพอะไรดีและอีกเหตุผลคือ บ้านรกมากๆ ก็เลยจัดใหม่ให้เรียบร้อย จะได้นั่งอัพบล็อกสบายอารมณ์กว่าเดิม
 
ช่วงนี้จะพยายามอัพบล็อกที่สามารถหารูปประกอบได้จากไลฟ์สเปซหรือในเฟสบุคอัลบั้มเก่าๆของเรานะ เพราะว่ารูปทั้งหมดเราเบิร์นในดีวีดีแผ่นนึงซึ่งตอนนี้อยู่อีกที่หนึ่ง แต่ตอนนี้กำลังรวบรวมภาพเก่าๆจากคอมเครื่องเดิมอยู่จ้ะ
 
 
 
 
เอาเป็นว่า ขออัพชีวิตระหว่างเรากับโฮสต์มัมของเราที่ชื่อเมล(ไม่ใช่ฝรั่งเศสนะ)และเรา
 
ดูภายนอกเมลเป็นหญิงชราร่างใหญ่ที่หน้าตาน่าที่รักและช่วยเหลือค่ะ เวลากลับมาจากโรงเรียนตอนบ่ายๆเมลก็มักจะถามไถ่เราว่าที่โรงเรียนเป็นยังไง เราก็ตอบๆไปตามสภาพของวันนั้นๆ เช่น การบ้านเยอะ หนาวดี ร้อนดี เหนื่อย สนุก ฯลฯ เมลฟังแล้วก็ไม่พูดอะไร หันไปดูทีวีต่อ(ทั้งปีทั้งชาติดูแต่ข่าวและอเมริกันฟุตบอล)
 
เราก็จะเดินเข้าห้องมาวางกระเป๋านักเรียนลงและเดินเข้าไปล้างเท้าในอ่างอาบน้ำ ล้างมือ แล้วก็ออกมาหาขนมกินในตู้เย็น (เพราะเมลชอบทำอาหารและขนมมาก ชอบทำไว้และให้เรากิน) หรือถ้าหิวจัดๆจริงๆอยากกินอาหาร ไม่ใช่ขนม ก็จะจัดการเทน้ำเย็นใส่ถ้วยบะหมี่มาม่าเกาหลี(หรือญี่ปุ่นก็แล้วแต่โอกาส)แล้วเอาเข้าเตาไมโครเวฟและเอาออกเป่าๆเติมเกลือแล้วก็กินซะ อร่อยเหาะ~ หรือวันไหนคึกคักก็ทำอาหารไทยกินเลย (ไม่ต้องตกใจ โลโบเท่านั้นที่ประทังชีวิตหนูได้) นับตั้งแต่แกงส้มที่ใส่ผักกาดแก้วแทนผักกาดขาวและผักอื่นๆตามมีตามเกิด และใส่เนื้อปลากระป๋องยีลงไป ต้มๆๆ ให้น้ำขลุกขลิกและยกลงมาตักใส่ด้วยน่ารักๆ
 
หรือจะเป็นต้มข่าไก่ที่อร่อยโคตรๆของเรา (ว่าไปนั่น) ประกอบไปด้วยโลโบ(อีกแล้ว) กะทิกระป๋อง (แอบแพง เหรียญกว่าๆแน่ะ) เนื้อไก่กระป๋อง แค่นี้ โยนๆเข้าไป ก็อร่อยละ เพราะไก่นุ่มมาก มันไม่ใช่เนื้อไก่สดๆด้านๆแบบที่ไทยอ่ะ มันเป็นเนื้อไก่ที่นุ่มมากๆ (อาจจะเป็นเพราะมันเป็นไก่กระเป๋า ซึ่งมันจะเป็นไก่จริงๆมั้ยไม่รู้ 55) บวกกับน้ำซุปข้นๆ อืม สวรรค์ไทยในเท็กซัสจริงๆ
 
ส่วนเรื่องต้มยำกุ้ง เราเคยทำครั้งนึง แต่มีแค่น้ำต้มยำและกุ้งทั้งชามนะ อร่อยมาก ไม่เผ็ดเลย (ยืนยันได้เลยเพราะเรากินเผ็ดไม่ได้เพราะจะเป็นร้อนในชนิดรุนแรง) แต่เมลชิมแล้วบอกว่าเผ็ดมาก เผ็ดมากๆ เลยไม่กิน แต่นั่งดูเรากินแทน เราก็นะ กินๆๆๆต่อไป มันอร่อย เมลเลยพูดขึ้นมาว่า "I really have no idea how can you eat that kind of stuff. It's very spicy! I cannot eat it!" ฉันไม่รู้เลยจริงๆว่าทำไมเธอกินของแบบนั้นเข้าไปได้ มันเผ็ดมาก ฉันกินไม่ได้เลย (สำเนียงเท็กซัสๆ)
 
อาหารไทยลวกๆพอประทังชีวิตที่กินกับข้าวไปวันๆ ทำให้วันของเราสดใสได้ (เว่อมากค่ะน้องยิ้ม)
 
ตอนแรกที่เมลหุงข้าวไว้ให้เรา มันไม่สุกอ่ะ มันเป็นข้าวสไตล์เม็กซิกัน ที่ออกจะด้านๆดิบๆ กรุบๆหน่อย ซึ่งถ้าสำหรับคนไทยแล้วมันก็คือข้าวไม่สุกนั่นแหละ ที่นี่ไม่มีหม้อหุงข้าวด้วย เมลหุงแบบใส่หม้อธรรมดา เหมือนทำข้าวต้มนั่นแหละ เราก็เลยเอามาหุงใหม่ และสอนเมล(โห เด็กอายุสิบหก (ณ ตอนนั้น) สอนคนอายุ 77) ว่าการหุงข้าวให้อร่อยแบบไทยๆต้องทำอย่างนี้นะ ใส่น้ำเพิ่ม และหุงต่อไป ปิดฝาหม้อเอาไว้ให้ไอไปทำให้ข้าวระอุและนุ่ม เมลก็อ๋อๆ ยืนดูด้วยความสนใจ และพอข้าวสุกเราก็เอามาให้เมลชิม เมลก็ชอบมาก และหลังจากนั้นเรากลับบ้านมาทีไรก็จะมีหม้อข้าวที่มีข้าวร้อนๆอยู่ในหม้อเตรียมไว้เรารอหลังเลิกเรียนทุกวันเลย 55
 
เรื่องบะหมี่นี่มีที่มาที่สำคัญค่ะ 55 เพราะว่าตอนแรกที่เรา jet lag กินอะไรไม่ได้เลยแม้แต่อย่างเดียว มัมเลยลองเอาบะหมี่มาให้กิน ซึ่งมันเป็นเหมือนมาม่าบ้านเราเดี๊ยะเลย แต่ไม่ใช่รสชาติไทยๆ ไม่มีรสต้มยำกุ้งหรือหมูสับ แต่จะเป็นออกแนวซุปๆแบบญี่ปุ่น หรือถ้าให้จี๊ดจ๊าดหน่อยก็รสกิมจิของเกาหลี (อันนี้กินแล้วก็พอหายคิดถึงทวีปไปจึ๋งนึง) ซึ่งต่อมาบะหมี่นี้ก็กลายเป็นอาหารติดครัวเราไปตลอดกาล ขาดไม่ได้เลย เพราะถ้าวันไหนเราหิวๆแล้วที่บ้านไม่มีอะไรกินก็เอาบะหมี่นี่มาเวฟกินได้ ซดคล่องคออร่อยถูกปากจ้ะ
 
พอกินเสร็จแล้วเราก็มานั่งดูทีวีนิดหน่อย เล่นกับหมา และพยายามเล่นกับแมว ต้องใช้คำว่า 'พยายาม' นะ เพราะมันไม่ยอมให้จับ ดุมาก ลงเล็บด้วย T^T ก็เลยเล่นกับหมาแทน เล่นๆนิดหน่อยก็ไปทำการบ้านอันกองพะเนินในแต่ละวัน 
 
 
 
ทำไปได้สักพักพอเหนื่อยและล้าแล้วก็มาเล่นคอมที่ห้องคอม (จริงมันเป็นห้องนอนอีกห้องที่ว่างไว้ แล้วเมลเอาคอมไว้ห้องนั้น) ก็อัพเดตข่าวสารต่างๆให้ที่บ้านและเพื่อนๆ โซเชียลเน็ตเวิร์คเรื่อยเปื่อย บางวันเมลก็จะเอาของว่างมาให้ที่ห้อง เช่นองุ่น พาย เค้ก ฯลฯ  แล้วถามว่าทำอะไรอยู่ เราก็ตอบๆไป ตอบคอมเม้นต์แม่ อัพสเปซ ฯลฯ อะไรว่าไป
 
จากนั้นก็ไปทำการบ้านต่อ หรือถ้าอยู่ห้องคอมเพลินจนเลยสี่ทุ่มแล้วเมลก็จะมาเคาะห้องแล้วบอกว่า "Bed time." จากนั้นก็จัดกระเป๋าและเข้านอน

 
 
 Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket
นี่คือสิ่งที่แบกไปโรงเรียนในแต่ละวันค่ะ (เทียบจากหนังสือขนาดปกแข็งไทยเล่มบนสุด)
 
(จากล่างสุด) ทั้งหมดนี้ประกอบไปด้วย:
แฟ้มกระดาษงานทั่วไป
หนังสือภาษาฝรั่งเศส
แฟ้มโน้ตวิชาร้องเพลง
แฟ้มใส่กระดาษ
หนังสือจิตวิทยา (สังเกตคำว่า family living)
สมุด
สมุด
หนังสือประวัติศาสตร์อเมริกัน
สมุด
สมุดไทย

โอ้ว พระเจ้ายอดดด มันจอร์จมากเลย!! หลักแทบหักแน่ะ!!
แต่นักเรียนคนอื่นๆก็ไม่ได้แบกน้อยไปกว่าเรานะ เค้าแบกได้เราก็ต้องแบกได้สิ คนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลกอยู่แล้ว
 


 
นี่คือชีวิตที่อยู่กับเมลค่ะ
 
ส่วนเสาร์อาทิตย์มักจะไปวอลมาร์ทกัน (ไปครั้งแรกเมลจ่ายให้ แต่ครั้งต่อๆมาเมลให้จ่ายเอง ซึ่งก็แฟร์นะ ของเรากินเราก็จ่าย ไม่มายด์) เราก็ซื้อของชอบมาตุนไว้ เช่นบะหมี่ ช็อคโกแลต ขนมต่างๆ กุ้ง(พอดีเราชอบกิน แต่ไม่อยากเอ่ยปากขอให้เมลซื้อให้) เครื่องสำอางค์ ของใช้ส่วนตัว ฯลฯ ซึ่งเรื่องสนุกมันอยู่ตรงที่การได้เดินดูสิ่งของต่างๆที่แปลกหูแปลกตา มันสนุกนะ ได้ดูว่า อ้อ คนอเมริกันใช้ของอย่างนี้ โห อันนั้นก็มีด้วย แปลกจัง เอ๊ะ แต่ทำไมอันนี้เป็นอย่างนี้ และที่ชอบที่สุดคือตรงแผนกของกินค่าา
 
เราชอบนะ อย่างตรงเบเกอรี่ก็ได้เดินดูขนมปังชนิดต่างๆอย่างใกล้ชิด เค้กชนิดโน้นชนิดนี้ หรือขนมต่างๆ หรือแผนกอื่นๆก็ดูชนิดชีส เนื้อสัตว์ต่างๆ เครื่องปรุง ซอส และขนมอื่นๆ อยู่ได้หลายชั่วโมงเลยค่ะ
 
พอเลือกของเสร็จก็เดินมาจ่ายเงิน ที่เคาน์เตอร์จ่ายเงินที่นี่จะมีพนักงานประจำอยู่สองคนต่อเคาน์เตอร์ค่ะ คนคิดเงินหนึ่งคน และคนเรียงของใส่ถุงให้อีกคนหนึ่ง (สะดวกมากๆ) 
 
พอออกจากวอลมาร์ทแล้วเมลชอบพาไปเดินดูต้นไม้ที่หน้าวอลมาร์ท เพราะเมลชอบทำสวน (gardening) เมลชอบเดินดูดอกไม้ประดับดอกกระจิ๋วน่ารักๆมาปลูกที่หน้าบ้าน (ซึ่งต่อมาไม่นานมันก็ตาย)
 
นอกจากวอลมาร์ทแล้วก็ไปที่อื่นๆบ้างค่ะ (แต่หลักๆแล้วเราชอบมาวอลมาร์ท) เช่น the mall กินข้าวนอกบ้าน กินข้าวนอกเมือง ไปช็อปปิ้งเล็กๆน้อยๆ และไปโบสถ์ (แหวะ)
 
 me eating jello in the kitchen
กินเยลลี่ในครัว เยลลี่รสเชอร์รี่อร่อยมากมาก

 
 Photobucket
ก่อนไปวอลมาร์ท
 
**รูปแอ๊บแบ๊วและออกแนว self-portrait เกินไปนิดนึงนะจ๊ะ เพราะตอนนั้นยังเด็กอยู่ และช่วงนี้หารูปมาประกอบยากมาก (อย่างที่บอก ดีวีดีรูปไม่ได้อยู่ที่บ้านจ้ะ) อัพกันไปตามมีตามเกิดแล้วกันนะ
 
 

 
ก็นับว่าชีวิตมีสีสันแบบเรียบๆดีนะ ถ้าให้เปรียบชีวิตตอนนี้กับสี ก็คงเปรียบเป็นสีเหลืองอ่อนๆ
ป   ร   ะ   ม   า   ณ   นี้
เพราะไม่หวือหวา แต่ก็น่าตื่นเต้นเพราะเรามาต่างบ้านต่างเมือง ทุกๆอย่างล้วนแต่เป็นสิ่งใหม่ทั้งสิ้น แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทุกสิ่งที่เราหวังไว้ว่าเราจะมาสร้างประสบการณ์ ก็กลับกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อ และจำเจลงเรื่อยๆและเพิ่มความอึดอัดใจในหลายๆเรื่องขึ้นทุกวัน...
 
 
 
 
ติดตามเอนทรี่ต่อไปนะจ๊ะ
 
 
 
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

สวัสดีปีใหม่นะะะ :D
มีความสุขมากกก ๆ ๆ ๆ นะคะ
ทำอะไรก็ประสบผลสำเร็จ
แล้วก็มีสุขภาพแข็งแรง ๆ

,, HNY!
ผมชอบกินบะหมี่ของเกาหลี
เส้นมันใหญ่ดี อร่อยด้วย
แต่คงไม่ค่อยถูกปากคนไทยเท่าไหร่

ปล.ผมคนเชียงใหม่ครับbig smile
ปล.ปลาช่อนยังเป็นปริศนาconfused smile

#1 By Art Jeeno on 2010-12-29 12:30